Category สุขภาพทั่วไป

ทานอาหารอย่างถูกวิธี

เรามักจะทราบกันเป็นอย่างดีว่าร่างกายจะต้องได้รับสารอาหาร เพื่อจะช่วยเข้าไปบำรุงและเสริมสร้างการทำงานของอวัยวะภายใน และภายนอกร่างกายให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่จะในตำราเรียน หรือสิ่งที่ผู้ใหญ่มักจะชอบพูดเสมอว่า ถ้าทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่คำกล่าวโกหกหลอกลวงแต่อย่างไหน และนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เพราะทางการแพทย์เองก็ได้ทำการยืนยันมาเช่นกัน แต่ในสำหรับบางคนนั้นเคยสงสัยหรือไม่ว่าในบางทีที่รับนั้นก็รับประทานอาหารครบทุกองค์ประกอบทั้ง 5 หมู่

ทำไมเราถึงอ้วนหรือมีโรคเกิดขึ้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการทานอาหารให้ถูกวิธีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องสอนการอาหารให้ถูกวิธี ก็แค่ตักแล้วนำเข้าปาก เคี้ยวๆ แล้วก็กลืน จบ ต้องบอกก่อนเลยว่านั้นไม่ใช่วิธีการที่จะนำเสนอในบทความนี้ การทานอาหารอย่างถูกวิธีที่ว่านี้หมายถึง การคัดเลือดสารอาหารแต่ละประเภทเข้าไปร่างกายต่างหาก ซึ่งมีดังนี้

1.สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือที่เราต่างก็เข้าใจกันว่าคือ อาหารจำพวกแป้ง ซึ่งสารอาหารประเภทนี้จะมีน้ำตาลแฝงอยู่ จึงเลือกการรับประทานที่พอเหมาะ เพราะน้ำตาลที่อยู่ในแป้งเมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ยิ่งทานมากก็จะให้ไม่สามารถนำออกไปใช้พลังได้หมด จึงก่อให้เกิดเป็นไขมันสะสมที่เกาะอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย ฉะนั้นควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่ไม่ผ่านกระการขัดสีเช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง เป็นต้น

2.สารอาหารประเภทโปรตีน หรือที่เราต่างเข้าใจกันว่าคือ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ แต่แท้จริงแล้วโปรตีนถูกพบอยู่ในพวกธัญพืชอย่างถั่วชนิดต่างๆ และในเนื้อสัตว์เราจะพบว่ามีโปรตีนอยู่ในสัตว์ทุกชนิด แต่ระบบการย่อยของแต่ละคนนั้นเหมือนกัน หากทานมากเกินไปจะทำให้กระเพาะอาหารย่อยไม่ทัน กลายเป็นของเสียที่ตกค้าง ซึ่งควรทานโปรตีนที่สามารถทำการย่อยสลายง่ายอย่าง เนื้อปลา เนื้อไก่ หากในธัญพืชอย่างเช่น ถั่ว

3.สารอาหารประเภทวิตามิน อาหารจำพวกนี้จะถูกพบว่าอยู่มากในผักและผลไม้ วิตามินนั้นมี 2 รูปแบบ คือ แบบละลายในน้ำ กับ ละลายในไขมัน รูปแบบละลายน้ำเมื่อถูกนำเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะดูดซึมนำไปใช้งานได้ทันที แต่ในแบบละลายในไขมันซึ่งจะต้องใช้เวลา และถ้าหากทานปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ถูกสะสมอยู่ในไขมันและนำออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้ยาก ซึ่งวิตามินจะต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย

4.สารอาหารประเภทแร่ธาตุ หรือ เกลือแร่ สารอาหารจำพวกนี้จะถูกพบอยู่ในแหล่งอาหารทางธรรมชาติหลากหลายแห่ง ทั้งในเนื้อสัตว์ แป้ง ธัญพืช ผักผลไม้ แร่ธาตุถือว่าจำเป็นต่อร่างกาย เพราะเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตมาใช้เองได้ แต่อย่างนั้นก็ไม่ควรทานในปริมาณ เพราะถ้าหากในปริมาณที่ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ และอาจจะขับออกทางปัสสาวะ หรือถ้าไม่ถูกขับออกก็จะถูกสะสมไว้ในร่างกาย ส่งผลให้เป็นอันตรายและเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้

5.สารอาหารประเภทไขมัน ถือว่าเป็นสารอาหารที่หลายๆคนมักจะกลัวการทานมันเข้าไป เพราะกลัวอ้วนนั้นเอง ในความเป็นจริงแล้วไขมันเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แต่จะมีความต้องการน้อย เพราะฉะนั้นแล้วการทานไขมันที่ดีควรทานไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าหากทานมากจนเกินไปในจะถูกนำไปสะสมจนเกิดเป็นเซลลูไลท์ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

สร้างสุขภาพจิตให้แข็งแรง

คุณเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนคิดลบหรือไม่ การที่คุณมีความคิดลบนั้นจะคอยทำให้คุณกลายเป็นคิดมาก หรือแม้กระทั่งหาคุณเป็นคนที่เรื่องให้เครียดอยู่ตลอดเวลา มีปัญหาทางด้านอารมณ์ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบถึงสภาพจิตของคุณเป็นอย่างมาก คุณจะกลายเป็นคนที่ต้องทำอะไรจะต้องคิดมากอยู่เสมอ วิตกกังวล ฟุ้งซ่าน จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งเหล่านี้นั้นแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด คุณเองหรือคนรอบข้างเองก็สามารถเห็นมันได้ เพราะฉะนั้นแล้วคุณควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ สร้างจิตใจให้สงบ สร้างจิตให้แข็งแรงเพื่อพร้อมเผชิญกับปัญหาทุกๆอย่าง

บทความเรามาพร้อมกับแนะนำสิ่งที่จะทำให้สุขภาพจิตแข็งแรง ดังนี้

กำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจน เพราะจะช่วยทำให้คุณนั้นสามารถแบ่งเวลาทำสิ่งอื่นๆได้อย่างเหมาะสมและพอดีลงตัว ไม่ว่าเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือเรื่องอะไรก็ตามแต่ การจัดสรรและแบ่งเวลาจะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณมาก เอคุณทำได้จะทำให้คุณหายกังวลหรือวุ่นวายว่าจะต้องอะไรอย่างไรก่อน

ทำให้ร่างกายได้พักผ่อน ใครจะรู้จัดตัวคุณดีเท่าตัวของคุณเอง ในแต่ละวันคุณรู้ลิมิตของตัวเองอยู่แล้วว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน หรือสามารถทำได้มากกว่าลิมิตแค่ไหน แต่ก็นั้นแหละ เมื่อคุณใช้งานร่างกายอย่างเต็มที่แล้วก็อย่าลืมดูแลร่างกายของคุณให้เต็มที่ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะไม่สามารถกลับไปทำสิ่งเหล่านั้นได้ตามความคาดหวังเลยก้ได้

อย่าทำให้เรื่องเล็กเป็นใหญ่ อะไรก็ตามแต่ที่คุณมีความคิดว่าเรื่องแค่นี้เป็นเรื่องเล็กๆ ก็ปล่อยให้มันเป็นไป อย่าพยายามยัดเหยียดให้เรื่องแค่นั้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่มันจะกลับมาทำร้ายและเป็นปัญหาให้คนอื่นและตัวคุณเอง

อย่าเร่งรีบ เมื่อคุณคิดจะลงมือทำอะไรสักอย่างแล้ว อยากให้คุณทำอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไปไม่ต้องรีบ เพราะบางอย่างนั้นอาจจะต้องใช้เวลา เพื่อประโยชน์อันดีงามในระยะยาว

ใช้ชีวิตให้สนุกสนาน เมื่อรู้ตัวว่าเครียดจนเกินไปคุณอาจจะต้องปล่อยวางมันไว้เสียบ้าง อย่าจมปักกับมันมากจนเกินไป ลองพัก แล้วออกไปทำกิจกรรมคลายเครียดจะดีกว่า

เลี่ยงความวุ่นวาย หากเรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวกับตัวคุณ คุณอย่าพยายามเอาตัวเองเข้าไปยืนในจุดนั้น ลองเดินถอยออกมาหนีความวุ่นวายเสียบ้าง ให้คิดซะว่านั้นไม่ใช่ปัญหาของเรา เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายด้วย

จัดการปัญหาในชีวิต คนทุกคนล้วนแล้วแต่ก็ต้องมีปัญหากันทั้งนั้น แต่ปัญหาของแต่ละคนนั้นใจความมันก็ต่างกัน และเราไม่ควรไปตัดสินใจว่าปัญหาของเราใหญ่มาก จนมองว่าปัญหาของคนอื่นนั้นเล็ก ตราบใดที่คนเรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาของตัวเองได้ ปัญหาพวกนั้นมันจะใหญ่กับตัวเขาเสมอ เพียงแค่คุณเริ่มที่การแก้ไขปัญหาของตัวเอง เพราะทุกปัญหามีทางแก้เสมอ ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณแก้ไขปัญหาของตัวเองได้แล้วคุณจะรู้สึกล่งใจขึ้นมาทันที และยังสามารถให้คำนำแนะการแก้ปัญหากับบุคคลอื่นได้อีกด้วย

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้จาก  ชุดตรวจ hiv

ดื่มกาแฟอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ


ดื่มกาแฟอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ
ผู้หญิงหรือชายหนุ่มที่ทำงานภายในออฟฟิศจำนวนมาก ตอนเช้ามักจะตบด้วยกาแฟหนึ่งแก้ว ตอนบ่ายๆ อยากนอน ง่วงๆ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเบิ้ลอีกแก้ว หรือถ้าเกิดคืนนั้นจะต้องอยู่ทำงานล่วงเวลา หรือจัดแจงพรีเซนต์จนกระทั่งดึก อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแก้วที่สามตามมาอีก แถมยังขาดมิได้เลยสักวันอีกต่างหาก มั่นใจว่าทุกคนรู้ดีว่าการดื่มกาแฟมากจนเกินความจำเป็นนั้นส่งผลลเสียต่อสภาพร่างกาย ทั้งยังนอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็วแตกต่างจากปกติ หรือที่บางบุคคลมีอาการมือสั่น ใจสั่นแล้วยังส่งผลให้คนป่วยโรคหัวใจรวมทั้งความดันเลือดสูงมีลักษณะอาการมากเพิ่มขึ้นอีกด้วย

แม้กระนั้นหากคุณเป็นคอกาแฟตัวยงจริงๆ บางทีอาจหลบหลีกการดื่มกาแฟได้ โดยมีแนวทางดื่มกาแฟยังไงไม่ให้สุขภาพย่ำแย่มาฝากกันจ้ะ

1. เลือกกาแฟที่มีคุณภาพสูง
บางบุคคลอาจจะไม่รู้ว่ากาแฟนับว่าเป็นหนึ่งในพืชที่มีการใช้สารกำจัดแมลงสำหรับการเพาะปลูกเยอะที่สุดประเภทหนึ่งเลยนะคะ โดยเหตุนี้พวกเราเลือกกาแฟประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะพวกที่เป็นออแกนิก แล้วล่ะก็ นอกเหนือจากพวกเราจะเลี่ยงสารตกค้างจากสารกำจัดศัตรูพืชได้แล้ว พวกเรายังได้โบนัสเป็นกลิ่นและก็รสที่ดีมากยิ่งกว่าอีกด้วย

2. เลือกเครื่องทำกาแฟประสิทธิภาพสูง
แม้น้ำร้อนจากการชงกาแฟไหลผ่านเครื่องทำกาแฟที่ทำมาจากพลาสติก อาจก่อให้สารเคมีจากพลาสติกไหลลงไปผสมในกาแฟได้ รวมทั้งการรับสารเคมีชนิดนี้มากๆ จะมีผลให้ระบบฮอร์โมนของคุณไม่ปกติ ดังนั้นถ้าหากคุณเลือกเครื่องทำกาแฟแบบเอสเพรสโซที่มีคุณภาพสูง ผ่านการยืนยันความปลอดภัยเป็นระเบียบ คุณก็หมดกังวลหัวข้อนี้ไปได้เลย

3. เลือกดื่มให้ถูกเวลา
ตอนที่ดื่มกาแฟควรที่จะทำการเลือกเป็นช่วงๆ โดยควรดื่มก่อน 14.00 น. หากดื่มหลังจาก 14.00 น. ไปแล้ว อาจจะเป็นผลให้ร่างกายมีปัญหานอนไม่หลับ รวมทั้งควรเลือกเลือกกาแฟที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซ่ อย่างเช่น อเมริกาโน่ คาปูชิโน่ หรือลาเต้ แทนกาแฟธรรมดา หรือแบบ 3-in-1 เนื่องจากว่าจะมีจำนวนคาเฟอีนรวมทั้งน้ำตาลน้อยกว่า

4. เลือกดื่มพร้อมทั้งรับประทานอาหารที่ดี
ผู้ดีอังกฤษเขายังมี Afternoon Tea พร้อมของกินเล่นน่าทาน มิได้มีเพียงแค่เพราะว่างามๆ เก๋ๆ แต่ว่ามันมีสาระด้วย การดื่มกาแฟกับของกินที่มีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ของกินหรือของกินเล่นเหล่านี้สามารถช่วยให้ร่างกายเบาๆ รับคาเฟอีนช้าลง ทีละเล็กละน้อย และก็นานขึ้นโดยที่พวกเราไม่ต้องอัดเข้าไปอีกหลายๆ แก้ว ทราบแบบนี้แล้วคราวหลังทดลองจิบกาแฟไปพร้อมๆ กับทานไข่สักฟอง คุ๊กกี้สักชิ้น หรือแซนวิชสักห่อก็ไม่เลวนะ

5. เลือกดื่มกาแฟก่อนบริหารร่างกาย
ถ้าเกิดต้องการบริหารร่างกายเพื่อทะลายไขมันละก็ ทดลองจิบกาแฟก่อนสักหน่อยสิ นอกเหนือจากที่จะช่วยสลายไขมันได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาพลังงานภายในร่างกายให้สูงมากขึ้นอีกด้วย

6. เลือกดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม หรืออื่นๆ ที่เหมาะสมที่สุด
หากคุณติดกาแฟมากจริงๆ ต้องการให้ทดลองดื่มกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม นม หรืออื่นๆ แล้วดื่มในจำนวนน้อยๆ ก็เพียงพอ จิบช้าๆ ให้พอรู้สึกตื่น เพราะว่าคนจำนวนมากมิได้ทานกาแฟแล้วจะง่วง ไม่แจ่มใส หรือคนไหนที่ติดคาเฟอีนอาจมีอาการมือสั่น กระวายกระวน อารมณ์เสียได้ ทดลองดื่มเพียงแค่วันละแก้ว รวมทั้งจิบช้าๆ มองนะคะ

แม้กาแฟจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แม้กระนั้นพวกเราก็ต้องการให้ทุกคนดื่มน้อยๆ เพราะไม่มีความจำเป็นต่อร่างกายขนาดนั้น ไม่ต้องดื่มทุกวันหากทำได้ หรือหากง่วงหงาวหาวนอนก็เปลี่ยนพฤติกรรมมานอนให้เร็วขึ้น หรือหาผลไม้สดทานเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาแจ่มใสในตอนเช้าจะดียิ่งกว่า

เราจะใช้ชีวิตอย่างไรเมื่อป่วยเป็นโรคเบาหวาน

การใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1
ไม่ว่าคุณจะปล่อยด้วยโรคอะไรก็ต้องมีการควบคุมด้านอาหารการกิน และเคร่งครัดในการดูแลตัวเองให้ดีอยู่แล้ว เพราะทุกอย่างนี้มันส่งผลต่อโรค และการรักษาที่จะดีหรือแย่ขึ้น ก็ขึ้นอยู่ที่คุณ
• ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดวันละหลายๆ ครั้ง ผู้ป่วยโรคเหบาหวานต้องมีการตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดโดยเครื่องมือที่พกพาได้สะดวก ทั้งนี้จะต้องตรวจถี่แค่ไหน ขึ้นกับว่าแพทย์ประจำตัวของคุณกำชับมาว่าอะไร
• ฉีดยาอินซูลินให้กับตัวเอง หรือใช้ปั๊มอินซูลิน
• รับประทานอาหารที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด และต้องควบคุมปริมาณแป้งที่ทานเข้าไป เพราะล้วนกลายเป็นกลูโคสทั้งสิ้น รวมถึงระยะเวลาระหว่างมื้ออาหารด้วย
• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และป้องกันการเกิดปัญหาในระยะยาวเช่นโรคหัวใจ
• ติดตามผลการรักษากับแพทย์ที่รักษาเสมอ เพื่อให้ทราบว่าตอนนี้ตนเองกำลังมีผลการรักษาที่ดีขึ้นหรือเท่าเดิมหรือแย่ลง เพื่อให้ไม่เกิดความเครียดมากจนเกินไปและช่วยให้รู้ว่าต้องปรับตรงไหนอีกบ้าง อีกทั้งอาจจะได้ปรึกษาปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ที่พูดเช่นนี้ เพราะบางครั้งผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจจะรู้สึกว่า ตัวเองแตกต่างจากคนอื่น เนื่องจากพวกเขาต้องฉีดยาอินซูลิน คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองกิน และต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทุกๆ วัน
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่กำลังเป็นวัยรุ่นบางคนอาจจะปฏิเสธว่า ตัวเองไม่ได้เป็นโรค ด้วยความที่อาจจะคิดว่าโรคนี้ต้องเกิดกับผู้ใหญ่ หรือคนที่อ้วนเท่านั้น และคิดว่าหากไม่สนใจ มันก็หายไป หรืออาจจะกลัวการที่หากพ่อแม่รู้จะต้องควบคุมชีวิตตนเองแน่ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นอกเห็นใจมาก ลองคิดดูว่าหากตัวคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณคงจะมองโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมก็ได้ มันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกว่า เหมือนโลกนั้นพลิกคว่ำ แต่อย่างน้อยทีมแพทย์นั้นสามารถให้คำตอบ และการสนับสนุนที่คนต้องการได้ อย่าลังเลที่จะถาม
หากคุณไม่อยากที่จะเผชิญหน้ากับมันอยู่คนเดียวเพียงคุณเปิดใจลองพูดคุยแสดงความรู้สึกกับผู้อื่น หรือผู้ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน และทำความเข้าใจว่าคนอื่นนั้นอยู่ร่วมกับโรคได้อย่างไร

8 วิธีนอนหลับให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

  • การที่เรารับประทานอาหารมื้อเย็นมากเกินไป จะทำท้องของเราแน่น และเราก็จะรู้สึกอึดอัดแน่นท้อง และซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับได้
  • หากปล่อยให้เกิดอาการนอนไม่หลับไปเป็นระยะเวลานานๆ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ระดับความดันโลหิตระดับความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ระดับน้ำตาล และไขมันเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังทำให้ภูมิต้านทานลดลง สมรรถภาพทางเพศลดลง ผิวพรรณหมองคล้ำ ดูแก่ก่อนวัย สมาธิความจำแย่ลง
  • บางครั้งควรต้องพิจาณาพฤติกรรม และปรับพฤติกรรม ในการรับประทานอาหารและเลือกเครื่องดื่มที่ช่วยส่งเสริมให้สามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพิจารณาตัวเองแล้วไม่พบทั้ง 3 ข้อ หรือ 3 ข้อทำแล้วไม่ดีขึ้น ยังนอนหลับได้ไม่ดีพอ ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการนอนไม่หลับ

ปัญหาการนอนไม่หลับ ถือเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกไม่ว่าคนชาติไหนก็สามารถพบปัญหานี้ได้ทั้งนั้น และมันน่ากลัวมาก เมื่อนอนไม่หลับและเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ สามารถส่งผลกระทบต่อหน้าที่การทำงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ แต่ละคนอาจมีความรู้สึกต่อการนอนไม่หลับได้หลายแบบ เช่น นอนหลับยาก ใช้เวลานานจึงจะหลับได้ หลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ หลับง่ายแต่มาตื่นตอนดึกแล้วหลับต่อยาก การเกิดปัญหาการนอนไม่หลับเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ มีหลายรูปแบบ และอาจเกิดขึ้นตามระยะเวลา เกิดขึ้นทั้งแบบชั่วคราวและแบบเรื้อรัง

ผลเสียที่เกิดขึ้นจากอาการนอนไม่หลับพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น ทำให้สุขภาพของคุณมีคุณภาพชีวิตลดลง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุต่างๆ เช่น การเกิดอุบัติเหตุโดยรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มที่จะต้องลาดงาน ขาดงานเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพตามมา เช่น ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย เฉี่อยชา รู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิดและขาดสมาธิ ซึ่งสาเหตุของอาการนอนไม่หลับส่วนใหญ่มาจาก อารมณ์และความเครียด สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่มีผลกระทบจาก แสง เสียง กลิ่น อาการเจ็บป่วย เช่น เสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ รวมถึงการทำงานเข้างานเป็นกะ การทำงานโดยมีการพักผ่อนที่ไม่ตรงตามธรรมชาติระหว่างกลางวันและกลางคืน ซึ่งหากมีอาการนอนไม่หลับมากกว่า 1 สัปดาห์ หรือมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ควรมาปรึกษาแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้นได้ เช่น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันโลหิต น้ำตาล และไขมัน รวมถึงภูมิต้านทานลดลง มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก สมรรถภาพทางเพศลดลง ผิวพรรณหมองคล้ำ ดูแก่ก่อนวัย สมาธิความจำแย่ลง เป็นต้น

แนวทางการแก้ปัญหานอนไม่หลับ สามารถเริ่มจากการปรับให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมการนอน โดยที่ยังไม่ต้องใช้ยานอนหลับ เช่น

  1. กำหนดเวลาเข้านอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน
  2. ควรลุกจากเตียงทันทีเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า
  3. จัดห้องนอนให้มืด เงียบ มีอากาศถ่ายเทสะดวก ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับความต้องการ
  4. ไม่ควรทำงาน ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือบนเตียงนอน
  5. ไม่ควรงีบหลับในตอนกลางวัน เพราะส่งผลให้นอนหลับยากในตอนกลางคืน
  6. ไม่ควรรับประทานอาหารมื้อเย็นครั้งละมากๆ เพราะจะทำให้แน่นท้อง หลับไม่สบาย
  7. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ในช่วงเวลาใกล้จะเข้านอน เพราะจะทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำในตอนดึกได้
  8. อาบน้ำอุ่นๆ ช่วงก่อนเข้านอน จะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หลับได้ง่ายขึ้น

หากได้ปรับพฤติกรรม ทานอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วยังนอนหลับได้ไม่ดีพอ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ เพราะหลายครั้ง การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่มีประสิทธิภาพดีพอทหรือยังไม่ดีพอ เดี๋ยวนอนหลับ เดี๋ยวนอนไม่หลับ เป็นๆหายๆ อาจมีสาเหตุเนื่องมาจากฮอร์โมนร่างกายต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง ขึ้นๆ ลงๆ ไม่สมดุล ทำงานลดลง ได้แก่ ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต คือ ดีเอชอีเอ โกรทฮอร์โมน หรือฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ รวมไปถึงระดับวิตามินแร่ธาตุต่างๆ ที่ไม่เพียงพอในร่างกาย อาจทำให้มีผลกระทบจริงๆ ต่อการนอนหลับได้ การตรวจฮอร์โมน วิตามิน และแร่ธาตุ สามารถทำได้ง่ายจากการตรวจเลือด และที่สำคัญการรักษาโดยการตรวจเหล่านี้สามารถทำให้ทราบระดับของสาเหตุที่ชัดเจนด้วย

 

เครื่องปรับอากาศที่ใช้ทุกวันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ในภูมิอากาศแบบบ้านเรา โดยเฉพาะในเมืองที่อยู่ในสิ่งก่อสร้างคอนกรีต ต้นไม้น้อย และอยู่กันอย่างแออัด คงไม่สามารถอยู่ในบ้านได้โดยไม่มีแอร์ ที่กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว แต่แอร์ที่คอยเป่าลมเย็นๆ ให้เราต้องได้รับการดูแลให้สะอาด และอยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ เพราะหากแอร์สกปรกมากเกินไป อาจเป็นสาเหตุของโรคที่อันตรายต่อร่างกายได้

อันตรายของแอร์ที่สกปรก ไม่ได้ล้างทำความสะอาดนานเกินไป
นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า ภายในแอร์มีความชื้นมาก และอาจเป็นสาเหตุให้เชื้อโรคเจริญเติบโต โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา หากหายใจเอาละอองน้ำที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อนเข้าไป จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

อาการติดเชื้อลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา
ลักษณะอาการหากร่างกายติดเชื้อลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา มี 2 แบบคือ

  1. โรคลิเจียนแนร์ มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จะมีอาการไข้ขึ้นสูง ไอ หนาวสั่น
  2. ไข้ปอน ตีแอกหรือปอนเตียก มีลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่

วิธีทำความสะอาดแอร์ให้สะอาด ปลอดภัยต่อร่างกาย
แอร์ที่ใช้ทั่วไปจะมี 2 ระบบ คือ

  1. แอร์แบบระบบรวม เมื่อไม่ได้ใช้ควรปล่อยน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้งหลังจากนั้นก็ทำความสะอาด และใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าไปที่ท่อผึงเย็นให้ทั่วถึง ทั้งระบบอย่างน้อย 3-6 ชั่วโมง แล้วรักษาระดับคลอรีนให้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm โดยการทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน
  2. แอร์ในห้องพัก ควรทำความสะอาดถาดรองทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีตะไคร่เกาะ และเมื่อเปิดแอร์ควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์มีกลิ่นเหม็นหรือมีกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่น ในเบื้องต้นควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นไม่หาย ควรเรียกช่างเพื่อทำความสะอาดเต็มระบบ

การล้างแอร์เต็มระบบ ควรล้างอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากใช้เป็นประจำควรล้างอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง เพราะนอกจากลดเชื้อโรคแล้วยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

 

 

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน

ทำไมหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน

หลอดเลือดแดง หมายถึง หลอดเลือดที่ออกมาจากหัวใจไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยนำออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายรวมทั้งหัวใจเองด้วย ถ้าท่านแข็งแรงสมบูรณ์ดี หลอดเลือดแดงจะมีผนังที่เรียบ มีความยืดหยุ่นเพื่อปรับขยายหลอดเลือด โดยการยืดและหดตามการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตที่มากขณะที่หัวใจบีบตัว และความดันโลหิตลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว

ผนังด้านในของหลอดเลือดอาจมีไขมันมาเริ่มจับเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะรวมตัวกันมากขึ้นจนเป็นแผ่นค่อยๆ สะสมพอกตัวหนาขึ้นจนกระทั่งหลอดเลือดจะขาดความยืดหยุ่น เพราะผนังภายในมีไขมันมาจับมากขึ้น จนกระทั่งผนังหลอดเลือดมีการเปลี่ยนแปลงหนาตัวขึ้นและรูภายในหลอดเลือดตีบลง เปรียบเสมือนท่อเหล็กที่มีสนิมสะสมอยู่ภายใน การไหลเวียนของเลือดก็จะลดลงไปด้วย

หลอดเลือดจะตีบและแข็งตัวจนกระทั่งรูสำหรับการไหลเวียนเลือดตีบตันลงไป จะต้องเริ่มจากไขมันไปเกาะที่ผนังภายในหลอดเลือดก่อน ดังนั้นผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงกว่าปกติก็จะมีโอกาสเกิดความผิดปกติเหล่านี้ได้ง่ายกว่าคนที่มีไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอทำให้หัวใจและระบบการไหลเวียนของโลหิตมีประสิทธิภาพดีขึ้นก็จะไม่มีไขมันมาเริ่มเกาะตามผนังหลอดเลือดแต่อย่างใด โอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดก็มีน้อยลงไป

ผลของหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน

ตามปกติกล้ามเนื้อหัวใจ ต้องการเลือดที่มีออกซิเจนและสารอาหารมาเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา เพื่อที่จะทำหน้าที่ในการบีบตัวและส่งเลือดผ่านหลอดเลือดแดงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งตัวกล้ามเนื้อหัวใจเองด้วยโดยผ่านทางหลอดเลือดหัวใจ 3 แขนงใหญ่

ไขมันอาจเริ่มจับที่ผนังด้านในหลอดเลือดหัวใจเหล่านี้ ก่อนที่จะรวมตัวกันมากขึ้นจนเป็นแผ่น ค่อยๆ สะสมพอกตัวหนาขึ้นจนกระทั่งหลอดเลือดตีบ มีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาเลี้ยงได้ นอกจากนี้เลือดไหลผ่านหลอดเลือดหัวใจ อาจเกิดเป็นลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดเหล่านี้ได้และเมื่อร่างกายของท่านต้องทำงานมากขึ้น เกิดสภาวะเครียดทั้งด้านร่างกายและจิตใจ หัวใจของท่านจะเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้น หัวใจของท่านต้องการเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น แต่หลอดเลือดหัวใจของท่านตีบตันที่เกิดขึ้นก็คือ กล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดมาเลี้ยงให้เพียงพอต่อการทำงานปกติ ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือดขึ้นได้ และถ้าหากมีการอุดตัน โดยลิ่มเลือดในหลอดเลือดหัวใจแขนงใดแขนงหนึ่ง จะทำให้เกิดภาวะที่สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาแนะนำให้ใช้ชื่อว่า “หัวใจพิบัติ” ซึ่งหมายถึงภาวะที่มีอันตรายเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจ บางครั้งเกิดขึ้นรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็วหรือในทันทีทันใด

ข้อเท็จจริงจากการศึกษาวิจัย

การศึกษาวิจัยที่มีเผยแพร่ออกมาตลอดเวลา ทำให้เรามีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นในเรื่องของหลอดเลือดที่เกิดมีการตีบตันและขาดความยืดหยุ่น โดยให้ข้อสรุปไว้ดังนี้
การที่หลอดเลือดมีไขมันมาพอกที่ผนังภายในหลอดเลือด จนกระทั่งเกิดการตีบและขาดความยืดหยุ่นนั้น ในปัจจุบันสามารถพบได้ตั้งแต่คนอายุยังน้อย เช่น ในวัยรุ่นเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มักจะไม่มีอาการแสดงออกใดๆ เลย และตามสถิติพบว่ามีผู้ป่วยถึง 1 ใน 3 ที่เสียชีวิตทันทีภายหลังที่มีอาการครั้งแรกเท่านั้น หากปล่อยให้กล้ามเนื้อหัวใจได้ผลกระทบจากการที่เลือดมาเลี้ยงไม่พอ จนกระทั่งเกิดมีแผลเป็นอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะแก้ไขให้หัวใจกลับมาทำงานได้ 100% เหมือนเดิม ทำให้ความสามารถในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายลดน้อยลงไป

เหตุผลหลักๆที่ทำให้เราเป็นไขมันในเลือดสูง

สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งตับ จากการสำรวจของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรักษามะเร็งในมหาวิทยาลัยรํบโคโลราโดในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจับเอาไว้ในปี 2510 ว่า สาเหตุสำคัญคือ เกิดจากเซลส์ของตับ

โดยทางทีมวิจัยได้ลงความเห็นกันว่าสาเหตุสัมพันธ์การเกิดมะเร็งจะต้องเกิดตับอักเสบก่อน และจากตับอักเสบถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีสาเหตุนั้นจะรุกลามกลายพันธ์โดยมีเชื้อโรคชนิดที่เข้ามาแทรกแซงและค่อยจ้องทำลายตับของคุณนั้น จนกลายมาเป็นโรคตับแข็งเกิดขึ้นมาโดยคุณไม่รู้ตัวเพราะคุณปล่อยว่างไม่คิดว่าจะเกิดโรคนี้ ไม่คิดว่าการที่เราป่วยท้องนั้นไม่เกิดกับตับอาจจะเกิดกับกระเพาะอาหาร

เมื่อเป็นโรคตับแข็งแล้วโรคที่ร้ายที่สุดก็ตามมานั้นคือการเป็นโรคมะเร็งตับ และ ไขมันในเลือดสูง จากการที่ทีมวิจัยของสหรัฐอเมริกาได้บินมาตรวจเชื้อมะเร็งตับถึงโรงพยาบาลศิริราชก็พบว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งประมาณ 1 ใน 4 จะเกิดการกลายพันธ์ของโรคตับแข็งกลายเป็นโรคมะเร็งตับ โดยสาเหตุที่ได้วินิจฉัยกันโดยทั่วไปนั้นการเกิดโรคมะเร็งตับที่กลายพันธ์จากตับแข็งมีสาเหคุจากหลายๆปัจจับด้วยกัน

แต่ที่ทีมแพทย์สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุหลักนั้นก็คือการที่คนไทยนั้นติดสุราเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้

นี้อาจจะเป็นสาเหตุที่ไทยติดอันดับโรคมะเร็งตับที่มีคนเป็นโรคนี้มากที่สุดในโลก เมื่อเรากินเหล้าเข้าไปเหล้าจะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่ทำลายท่อน้ำดี ซึ่งทางทีมแพทย์คิดว่ามันอาจจะสัมพันธ์กันกับพยาธิใบในตับ ที่มากจากการดื่นเหล้าเพราะคนไทยชอบดื่นเหล้าต้มและเมื่อต้นเหล้าอาจจะไม่สุกจึงทำให้เกิดพยาธิใบเข้ามาในร่างการและไปยังตับจึงทำให้เกิดเป้นโรคตับอักเสบและรุกลามไปยังมะเร็งตับก็เป็นได้