Category สุขภาพทั่วไป

8 วิธีนอนหลับให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

  • การที่เรารับประทานอาหารมื้อเย็นมากเกินไป จะทำท้องของเราแน่น และเราก็จะรู้สึกอึดอัดแน่นท้อง และซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับได้
  • หากปล่อยให้เกิดอาการนอนไม่หลับไปเป็นระยะเวลานานๆ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ระดับความดันโลหิตระดับความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ระดับน้ำตาล และไขมันเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังทำให้ภูมิต้านทานลดลง สมรรถภาพทางเพศลดลง ผิวพรรณหมองคล้ำ ดูแก่ก่อนวัย สมาธิความจำแย่ลง
  • บางครั้งควรต้องพิจาณาพฤติกรรม และปรับพฤติกรรม ในการรับประทานอาหารและเลือกเครื่องดื่มที่ช่วยส่งเสริมให้สามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพิจารณาตัวเองแล้วไม่พบทั้ง 3 ข้อ หรือ 3 ข้อทำแล้วไม่ดีขึ้น ยังนอนหลับได้ไม่ดีพอ ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการนอนไม่หลับ

ปัญหาการนอนไม่หลับ ถือเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกไม่ว่าคนชาติไหนก็สามารถพบปัญหานี้ได้ทั้งนั้น และมันน่ากลัวมาก เมื่อนอนไม่หลับและเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ สามารถส่งผลกระทบต่อหน้าที่การทำงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ แต่ละคนอาจมีความรู้สึกต่อการนอนไม่หลับได้หลายแบบ เช่น นอนหลับยาก ใช้เวลานานจึงจะหลับได้ หลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ หลับง่ายแต่มาตื่นตอนดึกแล้วหลับต่อยาก การเกิดปัญหาการนอนไม่หลับเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ มีหลายรูปแบบ และอาจเกิดขึ้นตามระยะเวลา เกิดขึ้นทั้งแบบชั่วคราวและแบบเรื้อรัง

ผลเสียที่เกิดขึ้นจากอาการนอนไม่หลับพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น ทำให้สุขภาพของคุณมีคุณภาพชีวิตลดลง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุต่างๆ เช่น การเกิดอุบัติเหตุโดยรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มที่จะต้องลาดงาน ขาดงานเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพตามมา เช่น ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย เฉี่อยชา รู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิดและขาดสมาธิ ซึ่งสาเหตุของอาการนอนไม่หลับส่วนใหญ่มาจาก อารมณ์และความเครียด สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่มีผลกระทบจาก แสง เสียง กลิ่น อาการเจ็บป่วย เช่น เสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ รวมถึงการทำงานเข้างานเป็นกะ การทำงานโดยมีการพักผ่อนที่ไม่ตรงตามธรรมชาติระหว่างกลางวันและกลางคืน ซึ่งหากมีอาการนอนไม่หลับมากกว่า 1 สัปดาห์ หรือมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ควรมาปรึกษาแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้นได้ เช่น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันโลหิต น้ำตาล และไขมัน รวมถึงภูมิต้านทานลดลง มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก สมรรถภาพทางเพศลดลง ผิวพรรณหมองคล้ำ ดูแก่ก่อนวัย สมาธิความจำแย่ลง เป็นต้น

แนวทางการแก้ปัญหานอนไม่หลับ สามารถเริ่มจากการปรับให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมการนอน โดยที่ยังไม่ต้องใช้ยานอนหลับ เช่น

  1. กำหนดเวลาเข้านอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน
  2. ควรลุกจากเตียงทันทีเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า
  3. จัดห้องนอนให้มืด เงียบ มีอากาศถ่ายเทสะดวก ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับความต้องการ
  4. ไม่ควรทำงาน ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือบนเตียงนอน
  5. ไม่ควรงีบหลับในตอนกลางวัน เพราะส่งผลให้นอนหลับยากในตอนกลางคืน
  6. ไม่ควรรับประทานอาหารมื้อเย็นครั้งละมากๆ เพราะจะทำให้แน่นท้อง หลับไม่สบาย
  7. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ในช่วงเวลาใกล้จะเข้านอน เพราะจะทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำในตอนดึกได้
  8. อาบน้ำอุ่นๆ ช่วงก่อนเข้านอน จะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หลับได้ง่ายขึ้น

หากได้ปรับพฤติกรรม ทานอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วยังนอนหลับได้ไม่ดีพอ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ เพราะหลายครั้ง การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่มีประสิทธิภาพดีพอทหรือยังไม่ดีพอ เดี๋ยวนอนหลับ เดี๋ยวนอนไม่หลับ เป็นๆหายๆ อาจมีสาเหตุเนื่องมาจากฮอร์โมนร่างกายต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง ขึ้นๆ ลงๆ ไม่สมดุล ทำงานลดลง ได้แก่ ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต คือ ดีเอชอีเอ โกรทฮอร์โมน หรือฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ รวมไปถึงระดับวิตามินแร่ธาตุต่างๆ ที่ไม่เพียงพอในร่างกาย อาจทำให้มีผลกระทบจริงๆ ต่อการนอนหลับได้ การตรวจฮอร์โมน วิตามิน และแร่ธาตุ สามารถทำได้ง่ายจากการตรวจเลือด และที่สำคัญการรักษาโดยการตรวจเหล่านี้สามารถทำให้ทราบระดับของสาเหตุที่ชัดเจนด้วย

 

เครื่องปรับอากาศที่ใช้ทุกวันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ในภูมิอากาศแบบบ้านเรา โดยเฉพาะในเมืองที่อยู่ในสิ่งก่อสร้างคอนกรีต ต้นไม้น้อย และอยู่กันอย่างแออัด คงไม่สามารถอยู่ในบ้านได้โดยไม่มีแอร์ ที่กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว แต่แอร์ที่คอยเป่าลมเย็นๆ ให้เราต้องได้รับการดูแลให้สะอาด และอยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ เพราะหากแอร์สกปรกมากเกินไป อาจเป็นสาเหตุของโรคที่อันตรายต่อร่างกายได้

อันตรายของแอร์ที่สกปรก ไม่ได้ล้างทำความสะอาดนานเกินไป
นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า ภายในแอร์มีความชื้นมาก และอาจเป็นสาเหตุให้เชื้อโรคเจริญเติบโต โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา หากหายใจเอาละอองน้ำที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อนเข้าไป จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

อาการติดเชื้อลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา
ลักษณะอาการหากร่างกายติดเชื้อลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา มี 2 แบบคือ

  1. โรคลิเจียนแนร์ มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จะมีอาการไข้ขึ้นสูง ไอ หนาวสั่น
  2. ไข้ปอน ตีแอกหรือปอนเตียก มีลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่

วิธีทำความสะอาดแอร์ให้สะอาด ปลอดภัยต่อร่างกาย
แอร์ที่ใช้ทั่วไปจะมี 2 ระบบ คือ

  1. แอร์แบบระบบรวม เมื่อไม่ได้ใช้ควรปล่อยน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้งหลังจากนั้นก็ทำความสะอาด และใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าไปที่ท่อผึงเย็นให้ทั่วถึง ทั้งระบบอย่างน้อย 3-6 ชั่วโมง แล้วรักษาระดับคลอรีนให้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm โดยการทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน
  2. แอร์ในห้องพัก ควรทำความสะอาดถาดรองทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีตะไคร่เกาะ และเมื่อเปิดแอร์ควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์มีกลิ่นเหม็นหรือมีกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่น ในเบื้องต้นควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นไม่หาย ควรเรียกช่างเพื่อทำความสะอาดเต็มระบบ

การล้างแอร์เต็มระบบ ควรล้างอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากใช้เป็นประจำควรล้างอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง เพราะนอกจากลดเชื้อโรคแล้วยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

 

 

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน

ทำไมหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน

หลอดเลือดแดง หมายถึง หลอดเลือดที่ออกมาจากหัวใจไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยนำออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายรวมทั้งหัวใจเองด้วย ถ้าท่านแข็งแรงสมบูรณ์ดี หลอดเลือดแดงจะมีผนังที่เรียบ มีความยืดหยุ่นเพื่อปรับขยายหลอดเลือด โดยการยืดและหดตามการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตที่มากขณะที่หัวใจบีบตัว และความดันโลหิตลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว

ผนังด้านในของหลอดเลือดอาจมีไขมันมาเริ่มจับเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะรวมตัวกันมากขึ้นจนเป็นแผ่นค่อยๆ สะสมพอกตัวหนาขึ้นจนกระทั่งหลอดเลือดจะขาดความยืดหยุ่น เพราะผนังภายในมีไขมันมาจับมากขึ้น จนกระทั่งผนังหลอดเลือดมีการเปลี่ยนแปลงหนาตัวขึ้นและรูภายในหลอดเลือดตีบลง เปรียบเสมือนท่อเหล็กที่มีสนิมสะสมอยู่ภายใน การไหลเวียนของเลือดก็จะลดลงไปด้วย

หลอดเลือดจะตีบและแข็งตัวจนกระทั่งรูสำหรับการไหลเวียนเลือดตีบตันลงไป จะต้องเริ่มจากไขมันไปเกาะที่ผนังภายในหลอดเลือดก่อน ดังนั้นผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงกว่าปกติก็จะมีโอกาสเกิดความผิดปกติเหล่านี้ได้ง่ายกว่าคนที่มีไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอทำให้หัวใจและระบบการไหลเวียนของโลหิตมีประสิทธิภาพดีขึ้นก็จะไม่มีไขมันมาเริ่มเกาะตามผนังหลอดเลือดแต่อย่างใด โอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดก็มีน้อยลงไป

ผลของหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน

ตามปกติกล้ามเนื้อหัวใจ ต้องการเลือดที่มีออกซิเจนและสารอาหารมาเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา เพื่อที่จะทำหน้าที่ในการบีบตัวและส่งเลือดผ่านหลอดเลือดแดงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งตัวกล้ามเนื้อหัวใจเองด้วยโดยผ่านทางหลอดเลือดหัวใจ 3 แขนงใหญ่

ไขมันอาจเริ่มจับที่ผนังด้านในหลอดเลือดหัวใจเหล่านี้ ก่อนที่จะรวมตัวกันมากขึ้นจนเป็นแผ่น ค่อยๆ สะสมพอกตัวหนาขึ้นจนกระทั่งหลอดเลือดตีบ มีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาเลี้ยงได้ นอกจากนี้เลือดไหลผ่านหลอดเลือดหัวใจ อาจเกิดเป็นลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดเหล่านี้ได้และเมื่อร่างกายของท่านต้องทำงานมากขึ้น เกิดสภาวะเครียดทั้งด้านร่างกายและจิตใจ หัวใจของท่านจะเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้น หัวใจของท่านต้องการเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น แต่หลอดเลือดหัวใจของท่านตีบตันที่เกิดขึ้นก็คือ กล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดมาเลี้ยงให้เพียงพอต่อการทำงานปกติ ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือดขึ้นได้ และถ้าหากมีการอุดตัน โดยลิ่มเลือดในหลอดเลือดหัวใจแขนงใดแขนงหนึ่ง จะทำให้เกิดภาวะที่สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาแนะนำให้ใช้ชื่อว่า “หัวใจพิบัติ” ซึ่งหมายถึงภาวะที่มีอันตรายเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจ บางครั้งเกิดขึ้นรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็วหรือในทันทีทันใด

ข้อเท็จจริงจากการศึกษาวิจัย

การศึกษาวิจัยที่มีเผยแพร่ออกมาตลอดเวลา ทำให้เรามีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นในเรื่องของหลอดเลือดที่เกิดมีการตีบตันและขาดความยืดหยุ่น โดยให้ข้อสรุปไว้ดังนี้
การที่หลอดเลือดมีไขมันมาพอกที่ผนังภายในหลอดเลือด จนกระทั่งเกิดการตีบและขาดความยืดหยุ่นนั้น ในปัจจุบันสามารถพบได้ตั้งแต่คนอายุยังน้อย เช่น ในวัยรุ่นเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มักจะไม่มีอาการแสดงออกใดๆ เลย และตามสถิติพบว่ามีผู้ป่วยถึง 1 ใน 3 ที่เสียชีวิตทันทีภายหลังที่มีอาการครั้งแรกเท่านั้น หากปล่อยให้กล้ามเนื้อหัวใจได้ผลกระทบจากการที่เลือดมาเลี้ยงไม่พอ จนกระทั่งเกิดมีแผลเป็นอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะแก้ไขให้หัวใจกลับมาทำงานได้ 100% เหมือนเดิม ทำให้ความสามารถในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายลดน้อยลงไป

เหตุผลหลักๆที่ทำให้เราเป็นไขมันในเลือดสูง

สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งตับ จากการสำรวจของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรักษามะเร็งในมหาวิทยาลัยรํบโคโลราโดในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจับเอาไว้ในปี 2510 ว่า สาเหตุสำคัญคือ เกิดจากเซลส์ของตับ

โดยทางทีมวิจัยได้ลงความเห็นกันว่าสาเหตุสัมพันธ์การเกิดมะเร็งจะต้องเกิดตับอักเสบก่อน และจากตับอักเสบถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีสาเหตุนั้นจะรุกลามกลายพันธ์โดยมีเชื้อโรคชนิดที่เข้ามาแทรกแซงและค่อยจ้องทำลายตับของคุณนั้น จนกลายมาเป็นโรคตับแข็งเกิดขึ้นมาโดยคุณไม่รู้ตัวเพราะคุณปล่อยว่างไม่คิดว่าจะเกิดโรคนี้ ไม่คิดว่าการที่เราป่วยท้องนั้นไม่เกิดกับตับอาจจะเกิดกับกระเพาะอาหาร

เมื่อเป็นโรคตับแข็งแล้วโรคที่ร้ายที่สุดก็ตามมานั้นคือการเป็นโรคมะเร็งตับ และ ไขมันในเลือดสูง จากการที่ทีมวิจัยของสหรัฐอเมริกาได้บินมาตรวจเชื้อมะเร็งตับถึงโรงพยาบาลศิริราชก็พบว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งประมาณ 1 ใน 4 จะเกิดการกลายพันธ์ของโรคตับแข็งกลายเป็นโรคมะเร็งตับ โดยสาเหตุที่ได้วินิจฉัยกันโดยทั่วไปนั้นการเกิดโรคมะเร็งตับที่กลายพันธ์จากตับแข็งมีสาเหคุจากหลายๆปัจจับด้วยกัน

แต่ที่ทีมแพทย์สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุหลักนั้นก็คือการที่คนไทยนั้นติดสุราเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้

นี้อาจจะเป็นสาเหตุที่ไทยติดอันดับโรคมะเร็งตับที่มีคนเป็นโรคนี้มากที่สุดในโลก เมื่อเรากินเหล้าเข้าไปเหล้าจะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่ทำลายท่อน้ำดี ซึ่งทางทีมแพทย์คิดว่ามันอาจจะสัมพันธ์กันกับพยาธิใบในตับ ที่มากจากการดื่นเหล้าเพราะคนไทยชอบดื่นเหล้าต้มและเมื่อต้นเหล้าอาจจะไม่สุกจึงทำให้เกิดพยาธิใบเข้ามาในร่างการและไปยังตับจึงทำให้เกิดเป้นโรคตับอักเสบและรุกลามไปยังมะเร็งตับก็เป็นได้