Archive พฤษภาคม 2020

กรดไหลย้อนรับมืออย่างไร ในขณะที่เราตั้งครรภ์

อาการกรดไหลย้อนของคนที่ท้องนั้นต้องเป็นอะไรที่เราต้องรับมือเพราะว่าไม่อันตรายแต่เราต้องรับมือเพราะเป็นทุกวันที่คนท้องนั้นต้องรับมือถึงแม้ว่าจะไม่อันตรายแต่ว่าเป็นเรื่องที่คนท้องนั้นต้องเจอทุกวัน

กรดไหลย้อนของคนที่ตั้งครรภ์นั้นต้องเจอ คือการที่กินอะไรเข้าไปแล้วต้องเจอกับการกรดไหลย้อยของร่างกายที่เรานั้นต้องคือ ระบบในร่างกายนั้นขยายใหญ่เพราะคุณแม่ที่ตั้งท้องนั้นต้องเจอ ถึงแม้ว่าจะไม่อันตรายแต่คุณแม่ที่ตั้งท้องนั้นต้องเจอทุกวันเพื่อคนที่เป็นแม่บำรุงเพื่อลูกน้อยในท้องให้มีการเจริญเติบโตของร่างกายที่เด็กในท้องนั้นต้องการ 

เพราะทำให้กระเพราะนั้นขยายเพื่อที่จะกินเข้าไปให้ลูกน้อยในท้อง  อาการกรดไหลย้อนนั้นถึงแม้ว่าหลังจากคลอดน้องแล้วอาการนั้นจะหายไป อาการของคนท้องก็เหมือนกับคนที่เป็นกรดไหลย้อนปรกติทั่วไป คือมีอาการจุกแน่นตรงลิ้นปี่  แล้วมีอาการเรอเปรี้ยว เวลาที่จะนอนนั้นอาการจะอวก เรอออกมานั้นมีกลิ่งเปรี้ยว  

วิธีการรับมือในขณะที่เราตั้งครรภ์ ด้วยการที่เรานั้นเริ่มจากการับประทานอาหารแบ่งให้เป็นมื้อย่อยคือทานน้อยแต่บ่อยๆรวมถึงการกินนั้นให้เคี้ยวให้ระเอียด แล้วจากที่เรานั้นท่านกินอาหารเสร็จนั้นเราไม่ควรที่จะนอนเลยเราต้องเดินหรือรอให้ย่อยก่อนนอนสักหนึ่งชั่วโมงการกินอาหารไม่ควรที่จะกินน้ำด้วยแล้วทานข้าวไปด้วยเราต้องกินหลังจากที่เรานั้นทานอาหารเสร็จ เพื่อไม่ให้น้ำเยอะ 

แล้วเราไม่ควรจะกินอาหารที่มีกรดไหลย้อนมาก เช่นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ส้มตำ แต่จะให้เลิกกินก็ไม่ใช่นะค่ะ เพราะว่าคนท้องนั้นชอบกิน แต่เราจะให้กินแบบที่พอเหมาะไม่กินจนมากเกินไป เพราะจะทำให้เป็นกรดไหลย้อน ควรกินแค่พอหายยากพอค่ะ  และเวลาที่มีอาการกรดไหลย้อนนั้นเราก็ควรกิน จำพวกนมหรือไม่ก็กินโยเกิร์ตเพราะว่าจะทำให้ลดอาการของกรดไหลย้อนได้

  เวลาที่เรานั้นนอนเราควรนอนตะแคงไม่นอนหงายเพราะคนที่ตั้งท้องนั้นนอนหงายนั้นจะทำให้ลุกอยาก ดังนั้นคนท้องเราควร จะนอนตะแครง อีกอย่างเพื่อที่จะไม่ให้เป็นกรดไหลย้อน 

เมื่อเรานั้นเป็นคุณแม่ที่ตั้งท้องเราก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบายไม่ใส่ให้รัดตัวจนเกินไปเพราะว่าจะทำให้เรานั้นนอนสบายไม่อึดอัด  แล้วก็ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เรานั้นกินเยอะจนเกินไปแล้วก็ไม่ให้น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 

ดังนั้นคุณที่กำลังตั้งท้องอยู่ก็ควรที่จะดูแลตัวเองกว่าคนปรกติมากหน่อยนะค่ะเพราะว่าจะทำให้การเป็นกรดไหลย้อนนั้นมันเกิดขึ้นกับคนที่ตั้งท้องทุกคน เราต้องดูแลในการกิน ดูแลสุขภาพด้วยนะ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

เมื่อกล่าวถึงโรคติดต่อตอนนี้คงไม่พ้น  โรคโควิด 19  ที่เป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัส  สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ จากการที่ทุกคนได้ดูข่าวโรคติดต่อสายพันธุ์ใหม่ที่มีความน่ากลัวขึ้นทุกวัน  แม้นแต่ตัวฉันเองก็กลัวเป็นอย่างมาก  แม้นว่าโรคติดต่อนี้ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่น่ากลัวเท่ากับหลายๆประเทศ  อย่างเช่นประเทศจีน  หรือแม้นแต่ประเทศเกาหลีที่กำลังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ วัน

ฉันเองก็กระทบนะ  นอกจากกระทบเรื่องการไปข้างนอกบ้านต้องระมัดระวังมากขึ้น  ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก  แต่ที่กระทบมากที่สุดก็คือ  เรื่องเงินทองใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  เพราะฉันมีอาชีพเปิดร้านขายอาหารหน้าสถานที่ท่องเที่ยว  ที่ในเวลาปกติฉันจะได้ลูกค้าจากทัวร์จีนบ้าง  ทัวร์เกาหลีบ้าง  รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆที่มาเที่ยวในไทย 

รายได้หลักของครอบครัวฉันมาจากการขายอาหาร  ขายของให้นักท่องเที่ยวเป็นหลัก  ไม่ว่าจะเป็นพ่อ  แม่ ฉัน  สามี  ลูกฉันทุกคนมีรายได้หลักจากนักท่องเที่ยว  รายได้เหล่านี้ทำให้ฉันเลี้ยงครอบครัว  ผ่อนรถ  ผ่อนบ้าน  จ่ายค่าเทอมลูก  ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในครอบครัวมาจากรายจากการขายอาหาร  ขายของให้กับนักท่องเที่ยว  พอมาเจอวิกฤตจากโรคโควิด 19 ทำให้ทุกอย่างกระทบหมดทุกอย่าง  ทั้งไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในไทย  หรือแม้นแต่นักท่องเที่ยวของไทยเองก็ไม่มาเที่ยวเหมือนเดิม  นี่ตั้งแต่เกิดโรคระบาดนี้ล่วงเลยมาเดือนกว่าแล้ว 

ทำให้ครอบครัวของฉันกระทบอย่างมาก  โรคนี้ไม่ได้ทำให้แค่คนที่ติดเชื้อหรือญาติผู้ติดเชื้อเท่านั้นที่กระทบ  รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็ขาดรายได้  เพราะทุกคนกลัวการมาเที่ยวในสถานที่ที่มีคนอยู่มาก  ทุกคนกลัวการติดเชื้อที่เกิดจากการสัมผัส  หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยก็ทำให้เรา  ติดเชื้อได้เหมือนกัน  การออกมายังสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมากคนส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงไม่ไปบริเวณนั้น  ยิ่งชาวจีนจะเดินทางมายังประเทศไทยเราเองก็ต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างมาก  การออกนอกประเทศของชาวจีนก็ออกค่อยข้างที่จะลำบาก  

ร้านค้าที่อยู่ตามสถานท่องเที่ยวต่างๆได้รับผลกระทบอย่างมาก  เพราะนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางมาเที่ยวคือ  ชาวจีน  ถึงแม้นไม่มีนักท่องเที่ยวมาแล้ว  คนไทยเองก็ไม่มาชื้ออาหารร้านฉันเพราะเค้าบอกว่าร้านฉันส่วนใหญ่คนจีนมา  เค้าไม่อยากใช้สิ่งของร่วมกับคนจีน  ถึงแม้นว่าฉันจะติดว่าภาชนะทุกอย่างผ่านความร้อนแล้วก็ตาม  ก็ยังไม่มีใครมาอยู่ดี ฉันเข้าใจคนเหล่านั้นนะ  เค้าไม่ได้รังเกียจคนจีน  แต่เค้ากลัวที่จะติดเชื้อเพราะยังไม่มียารักษาหรือวิธีที่จะป้องกันได้ผลที่แน่นอน 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

เคล็ด(ไม่)ลับความงามสไตล์ญี่ปุ่น

การมีผิวพรรณที่ดูอิ่มน้ำ มีสุขภาพดีย่อมเป็นที่ต้องการของทุก ๆคน หลาย ๆคนสงสัยว่าทำไมสาว ๆประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึงมีผิวพรรณที่ดูเนียนนุ่ม สุขภาพดี โดยส่วนหนึ่งมาจากที่อุณหภูมิของประเทศญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างต่ำ จึงทำให้รูขุมขนไม่เปิดออกมากนัก ผิวพรรณของสาว ๆประเทศญี่ปุ่นจึงดูเนียนเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้สาว ๆประเทศญี่ปุ่นก็มีเคล็ดลับในการดูแลผิวพรรณของตนเองด้วยเช่นกัน บทความนี้จึงจะมาบอกเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณแบบฉบับสาวญี่ปุ่น

  1. สาว ๆในประเทศญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่าการดื่มน้ำเปล่ามาก ๆจะทำให้ผิวดูใสขึ้น ซึ่งในทางการแพทย์ก็พิสูจน์ออกมาแล้วว่า การดื่มน้ำเปล่ามาก ๆจะสามารถช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้ดูใส ชุ่มชื้นขึ้นได้ เนื่องจากการดื่มน้ำมาก ๆจะไปช่วยชดเชยน้ำบนผิวหนังที่เสียไปได้
  2. และนี่ก็เป็นอีกความเชื่อหนึ่งของสาว ๆญี่ปุ่น เชื่อว่าการนวดครีมบนฝ่ามือก่อนจึงค่อยนำมาทาบนใบหน้า แล้วนวดเบา ๆจะเป็นการช่วยทำให้เนื้อครีมซึมลงผิวหน้าได้เป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพมากกว่าการนำครีมทาบนใบหน้าเลย และยังเป็นการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวหน้าดูใสอมชมพูอีกด้วย
  3. การนำมะเขือเทศมาหั่นออกเป็นแว่น ๆแล้วนวดให้ทั่วบริเวณใบหน้าเป็นประจำก่อนเข้านอน แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นที่สะอาด วิธีการนี้จะช่วยทำให้สิวเสี้ยนลดลง และเป็นการช่วยใบหน้าผลัดเซลล์ผิวที่เสียออกไปได้อย่างเร็วขึ้น หลังการทำเป็นประจำใบหน้าจึงดูขาวใสขึ้น
  4. สำหรับผู้ที่แต่งหน้า ควรใส่ใจในขั้นตอนการล้างเครื่องสำอางออกเป็นพิเศษ เพราะสาว ๆญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า การล้างเครื่องสำอางออกไม่หมด จะทำให้เกิดการอุดตัน และส่งผลให้ผิวหน้าหมองคล้ำ และเป็นสาเหตุของการเกิดสิวปัญหากวนใจอีกด้วย
  5. การดื่มชาเขียว ในชาเขียวอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย เพราะสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สาว ๆในประเทศญี่ปุ่นดูหน้าอ่อนกว่าวัย เพราะด้วยเคล็ดลับการดื่มชาเขียวเป็นประจำทุกวัน
  6. การดูแลผิวด้วยการแช่น้ำอุ่น ในประเทศญี่ปุ่นนั้นอาจจะเป็นการไปแช่บ่อน้ำพุร้อน แต่ในประเทศไทยนั้นค่อนข้างจะหาได้ยากสักหน่อย การแช่น้ำอุ่นในอ่างที่บ้านก็สามารถทดแทนได้เช่นกัน โดยการแช่น้ำอุ่นเพียงแค่วันละประมาณ 10-20 นาทีเท่านั้น น้ำอุ่นจะสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น เมื่อการไหลเวียนของเลือดดี ผิวพรรณของเราก็จะดีตามไปด้วย ทำให้ดูสดใส อมชมพู และการแช่น้ำอุ่นยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000