Archive เมษายน 2020

วิธีป้องกันการรับเชื้อเอชไอวี

อย่างที่เราหลายๆคนจะทราบกันว่าการที่เราจะป้องกันการรับเชื้อเอชไอวีได้ นั่นคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ถือว่าเป็นตัวช่วยในการป้องกันที่ดีมากๆเลย สำหรับวิธีป้องกันการรับเชื้อหรือป้องกันโรคติดต่อต่างๆที่เกิดจากทางเพศ ป้องการกันเกิดการตั้งครรภ์ สำหรับบุคคลที่ไม่พร้อมที่จะมีลูกอีกด้วยเช่นกัน เราสามารถที่จะเลือกแนวทางในการป้องกันตัวเองจากสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียแก่กับตัวเราและการใช้ชีวิตประจำของเราอีกด้วย

ป้องกันการรับเชื้อเอชไอวี

อย่างแรกเราต้องสวมถุงยางอยนามัยทุกครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะป้องการติดเชื้อหรือโรคต่างๆทางเพศได้ จะต้องมีคูนอนเพียงคนเดียว เพื่อที่จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีจากผู้อื่นได้เช่นกันและที่สำคัญก่อนที่เรานั้น จะมีครอบครัว ก่อนจะแต่งงานมีลูกนั้น เราจะต้องมีการตรวจสุขภาพและเช็คร่างกายของเราอยู่เสมอ เพื่อที่จะทราบว่าร่างกายของเรามีความพร้อมในการมีลูกและไม่มีการรับเชื้อใดๆเข้ามาในร่างกายของเรา เพื่อทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้ ต่อมาเราจะต้องงดใช้สารเสพติดทุกประเภท โดยเฉพาะการใช้เข็มร่วมกับผู้อื่นเพราะทำให้เรานั้น

มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีแน่นอน ถ้าหากเรารู้จักวิธีการป้องกันเรานี้เป็นอย่างดี เราก็จะทราบว่าเราสามารถที่จะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้งานเกิดประโยชน์อย่างไรกับตัวเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงยางอนามัย เป็นการดูแลเรื่องความพร้อมในการมีลูก ในเรื่องของการตรวจสุขภาพ เรื่องของการหลีกเลี่ยงการใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น เราจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของการที่จะเลี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีนี้ ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก

เหมือนเป็นการถ่ายทอดความรู้ให้สำหรับผู้ที่ไม่เคยไม่รู้มาก่อนเลยก็ว่าได้ แต่ว่าหลายๆคนอาจจะมีความรู้ตรงนี้ จากการเรียน การศึกษา ค้นคว้ามาแล้วก็ได้ แต่การที่เรายกตัวอย่างและวิธีการป้องกันการรับเชื้อขึ้นมานี้ เพื่อที่จะให้ใครหลายๆคนที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อนี้ได้รู้จักวิธีการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่ดีว่าควรทำอย่างไรและสามารถที่จะทำได้ง่ายๆอีกด้วยและเป็นแนวทางในการใส่ใจและดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

จะได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี ถ้าหากเรารู้ถึงวิธีการดูแลตัวเองที่ดี ก็จะทำให้เรานั้นสามารถะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้งานให้มีการใช้ชีวิตของเราที่ดี โดยปราศจากโรคภัยต่างๆ ในการดำเนินชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ลักษณะการทำงานของเครื่องช่วยฟังมีอะไรบ้าง

ลักษณะการทำงานของเครื่องช่วยฟังมีอะไรบ้าง และใช้สำรับผู้ป่วยแบบไหน

เครื่องช่วยฟังมีหลายประเภทให้เลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้และอาการของคนไข้ โดยส่วนมากคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์นี้คือคนที่มีอาการหูตึงหรือได้ยินเสียงจากภายนอกเบากว่าคนปกติ ระดับการได้ยินจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ละคนจะมีอาการไม่เท่ากัน คนทั่วไปสามารถเข้ารับการตรวจการได้ยินได้ตามโรงพยาบาลหรือคลินิคที่เกี่ยวกับหู จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจให้ จะมีเครื่องมือพิเศษในการตรวจการได้ยินเพื่อทดสอบระดับความถี่ของการได้ยิน บางคนอาจจะได้ยินที่ความถี่ต่ำแต่ในความถี่สูงอาจจะไม่ได้ยินหรือได้ยินไม่ชัดเจน หรือบางคนอาจจะสลับกัน

โดยส่วนมากแล้วจะพบได้กับคนที่มีอายุมากเพราะ เมื่อแก่ลงระบบประสาทต่างๆจะทำงานได้ไม่เต็มที่หรือเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น ในปัจจุบันในเด็กก็พบได้มากขึ้นอาจเพราะว่ามีการใส่หูฟังหรือไปอยู่ในสถานที่ที่เสียงดังเกินไปจนทำให้เส้นประสาทหูเสื่อมเร็วกว่าปกติ โดยเครื่องช่วยฟังชนิดแรกที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในรูหู เพราะว่ามีขนาดที่เล็กเวลาใส่จะเข้าไปด้านในรูหูจนทำให้บุคคลอื่นสั่งเกตุได้ยาก เครื่องชนิดนี้มีความเล็กจึงทำให้เด็กและผู้ที่กำลังอยู่ในวัยทำงานนิยมใช้เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานสังเกตเห็น

แต่ก็มีข้อเสียคือด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กจึงทำให้กำลังขยายไม่ดังมากจึงทำให้ เครื่องช่วยฟัง ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนไข้ที่หูตึงระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่สามารถใช้กับคนไข้ที่มีอาการระดับรุนแรงได้ แบบต่อไปถือแบบคล้องหลังหู ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่มีอาการเล็กน้อยจนถึงรุนแรงเพราะด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้ขยายเครื่องได้ดังกว่าแบบใส่ในรูหู ตัวเครื่องชนิดนี้มีข้อเสียคือมีขนาดที่ใหญ่สังเกตได้ง่าย แต่เหมาะสำหรับคนแก่และคนที่หูตึงรุนแรงเพราะคนแก่จะชอบหลงลืมและทำหายบ่อย ดังนั้นจึงพบหาได้ง่ายหากลืมไว้

ตัวเครื่องช่วยฟังยังแบ่งออกเป็นประเภทแบบย่อยๆอีก2ประเภทคือ แบบดิจิตอลซึ่งแบบนี้จะมีราคาที่สูงกกว่าแบบอนาล็อกเพราะสามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เช่น เสียงลม เป็นต้น เสียงที่ได้รับจะคมชัดมาก อีกแบบนั้นคือแบบอนาล็อก ประเภทนี้จะให้เสียงที่ไม่คมชัดและไม่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ ราคาจะมีตั้งแต่หลักร้อยจนไปถึงหลักพันต้นๆ

เครื่องช่วยฟังประเภทนี้แพทย์จะไม่แนะนำแต่จะไปแนะนำแบบดิจิตอลแทน แต่สามารถใช้ชั่วคราวแก้ขัดไปก่อนได้จากบทความข้างต้นได้อธิบายประเภทของเครื่องช่วยฟังไปแล้ว ซึ่งผู้อ่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เอง หรือไปตรวจการได้ยินจากโรงพยาบาลได้เพื่อที่จะได้รู้ระดับการได้ยินของตนเอง

ทานอาหารอย่างถูกวิธี

เรามักจะทราบกันเป็นอย่างดีว่าร่างกายจะต้องได้รับสารอาหาร เพื่อจะช่วยเข้าไปบำรุงและเสริมสร้างการทำงานของอวัยวะภายใน และภายนอกร่างกายให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่จะในตำราเรียน หรือสิ่งที่ผู้ใหญ่มักจะชอบพูดเสมอว่า ถ้าทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่คำกล่าวโกหกหลอกลวงแต่อย่างไหน และนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เพราะทางการแพทย์เองก็ได้ทำการยืนยันมาเช่นกัน แต่ในสำหรับบางคนนั้นเคยสงสัยหรือไม่ว่าในบางทีที่รับนั้นก็รับประทานอาหารครบทุกองค์ประกอบทั้ง 5 หมู่

ทำไมเราถึงอ้วนหรือมีโรคเกิดขึ้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการทานอาหารให้ถูกวิธีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องสอนการอาหารให้ถูกวิธี ก็แค่ตักแล้วนำเข้าปาก เคี้ยวๆ แล้วก็กลืน จบ ต้องบอกก่อนเลยว่านั้นไม่ใช่วิธีการที่จะนำเสนอในบทความนี้ การทานอาหารอย่างถูกวิธีที่ว่านี้หมายถึง การคัดเลือดสารอาหารแต่ละประเภทเข้าไปร่างกายต่างหาก ซึ่งมีดังนี้

1.สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือที่เราต่างก็เข้าใจกันว่าคือ อาหารจำพวกแป้ง ซึ่งสารอาหารประเภทนี้จะมีน้ำตาลแฝงอยู่ จึงเลือกการรับประทานที่พอเหมาะ เพราะน้ำตาลที่อยู่ในแป้งเมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ยิ่งทานมากก็จะให้ไม่สามารถนำออกไปใช้พลังได้หมด จึงก่อให้เกิดเป็นไขมันสะสมที่เกาะอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย ฉะนั้นควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่ไม่ผ่านกระการขัดสีเช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง เป็นต้น

2.สารอาหารประเภทโปรตีน หรือที่เราต่างเข้าใจกันว่าคือ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ แต่แท้จริงแล้วโปรตีนถูกพบอยู่ในพวกธัญพืชอย่างถั่วชนิดต่างๆ และในเนื้อสัตว์เราจะพบว่ามีโปรตีนอยู่ในสัตว์ทุกชนิด แต่ระบบการย่อยของแต่ละคนนั้นเหมือนกัน หากทานมากเกินไปจะทำให้กระเพาะอาหารย่อยไม่ทัน กลายเป็นของเสียที่ตกค้าง ซึ่งควรทานโปรตีนที่สามารถทำการย่อยสลายง่ายอย่าง เนื้อปลา เนื้อไก่ หากในธัญพืชอย่างเช่น ถั่ว

3.สารอาหารประเภทวิตามิน อาหารจำพวกนี้จะถูกพบว่าอยู่มากในผักและผลไม้ วิตามินนั้นมี 2 รูปแบบ คือ แบบละลายในน้ำ กับ ละลายในไขมัน รูปแบบละลายน้ำเมื่อถูกนำเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะดูดซึมนำไปใช้งานได้ทันที แต่ในแบบละลายในไขมันซึ่งจะต้องใช้เวลา และถ้าหากทานปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ถูกสะสมอยู่ในไขมันและนำออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้ยาก ซึ่งวิตามินจะต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย

4.สารอาหารประเภทแร่ธาตุ หรือ เกลือแร่ สารอาหารจำพวกนี้จะถูกพบอยู่ในแหล่งอาหารทางธรรมชาติหลากหลายแห่ง ทั้งในเนื้อสัตว์ แป้ง ธัญพืช ผักผลไม้ แร่ธาตุถือว่าจำเป็นต่อร่างกาย เพราะเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตมาใช้เองได้ แต่อย่างนั้นก็ไม่ควรทานในปริมาณ เพราะถ้าหากในปริมาณที่ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ และอาจจะขับออกทางปัสสาวะ หรือถ้าไม่ถูกขับออกก็จะถูกสะสมไว้ในร่างกาย ส่งผลให้เป็นอันตรายและเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้

5.สารอาหารประเภทไขมัน ถือว่าเป็นสารอาหารที่หลายๆคนมักจะกลัวการทานมันเข้าไป เพราะกลัวอ้วนนั้นเอง ในความเป็นจริงแล้วไขมันเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แต่จะมีความต้องการน้อย เพราะฉะนั้นแล้วการทานไขมันที่ดีควรทานไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าหากทานมากจนเกินไปในจะถูกนำไปสะสมจนเกิดเป็นเซลลูไลท์ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว