รวมพลผลไม้ที่สามารถล้างสารพิษออกจากร่างกายได้

หากจะกล่าวถึงสารพิษที่อยู่ในร่างกายของคนเรานั้นการที่จะกำจัดออกมามีมากมายหลายวิธีแต่วิธีที่ดีที่สุดก็คือการกินอาหารหรือผลไม้ที่มักจะเป็นยาช่วยในการขับสารพิษโดยที่เราไม่ต้องได้รับสารพิษเพิ่มจากยาที่เรากินเข้าไปเพื่อที่จะใช้ขับสารพิษออกมาซึ่งสารพิษเหล่านี้จะมีผลต่อระบบภายในร่างกายของเราดังนั้นหากเรากินอาหารที่ช่วยขับสารพิษออกมาได้จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงเหมือนมากเรามาดูกันว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่เรากินเข้าไปแล้วสามารถช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายของเราได้รวมถึงช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง

1 อะโวคาโด ผลไม้ชนิดนี้จัดได้ว่ามีสารอาหารที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้อย่างครบถ้วนเพราะทั้งเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำแล้วยังเข้าไปช่วยกำจัดสารพิษที่อยู่ในเส้นเลือดแดงอีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้มากมายหลายชนิดนอกจากนี้ยังเข้าไปช่วยขยายหลอดเลือดอีกทั้งยังเข้าไปช่วยกำจัดสารพิษในตับของเราได้อีกด้วย

2 แอปเปิลผลไม้ที่หากินง่ายหาซื้อได้ถูกตามฤดูกาลแม้แต่ตลาดสดก็ยังมีขายราคาไม่แพงเชื่อไหมว่าแอปเปิลเป็นผลไม้ที่จะช่วยดับจากโลหะหนักในร่างกายของเราแล้วขับออกมาทางลำไส้เพราะแอปเปิลมีเส้นใหญ่อาหารสูงจึงช่วยในเรื่องของการขับถ่ายและยังช่วยเรื่องของการลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วยแต่การเลือกแอปเปิลทานควรจะเป็นแอปเปิลที่ปลูกแบบออร์แกนนิคเพราะจะไม่มีสารเคมีในผลแอปเปิล          

3 บลูเบอรี่เป็นผลเม้อีกชนิดหนึ่งที่เปรียบเสมือนยาเข้าไปรักษาระบบภายในร่างกายของคนเราได้ดีเพราะในบูเบอร์รี่มีสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่จะเกิดตรงทางเดินกระเพาะปัสสาวะรวมถึงยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้สมองได้รับสารพิษอีกด้วยที่สำคัญบลูเบอรี่มีคุณสมบัติเหมือนยาที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรังรวมถึงลดอาการเจ็บปวดต่างๆได้ดีอีกด้วย 

4 ผลไม้ตระกูลส้มการทานผลไม้จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยดักจับคอเลสโตรอลที่สำคัญผลไม้ตระกูลส้มสามารถช่วยในเรื่องของการกำจัดไวรัสที่มีอยู่ในร่างกายให้ออกมาได้และยังช่วยขับสารพิษตรงบริเวณตับและลำไส้ได้ดีอีกด้วย

5 เลม่อน เชื่อว่าหลายคนคงรู้ว่าในเลม่อนนั้นมีวิตามินซีสูงดังนั้นจึงมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากหากเรารับประทานเข้าไปและหากเราดื่มน้ำเลม่อนผสมกับน้ำเปล่าเป็นประจำทุกวันก็จะช่วยล้างสารพิษออกมาจากร่างกายของเราโดยเฉพาะบริเวณตับได้ดีอีกด้วย

 

         

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ทำอย่างที่เคยทำทุกวันใช้ชีวิตแบบง่ายๆก็ทำให้น้ำหนักของคุณลดลงได้

                          

อย่างที่เคยทราบกันดีว่าการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายสบายๆ ไม่เร่งรีบก็สามารถทำให้เราก็สามารถทำให้เราผอมลงมาได้โดยที่เราไม่ต้องฝืนตัวเองเพื่อไปออกกำลังกาย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยแนะนำไปหลายวิธีด้วยกันทั้งเรื่องการปรับเปลี่ยนความเร็วในการเคี้ยวอาหาร การที่จะต้องกินน้ำ30 นาทีก่อนที่จะกินข้าว รวมถึงสีและจานที่ใส่อาหารก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราอิ่มเร็วขึ้นด้วย  และในวันนี้เราจะมีแนะนำวิธีดีๆให้อีกประมาณ 4-5 ข้อเพื่อให้คุณผู้อ่านลองนำไปทำตามเพิ่มดูรับรองได้ผลชัวร์         

  1. คุณเคยได้ยินสรรพคุณของน้ำชาบ้างไหม ไม่ว่าจะเป็นชาร้อนหรือชาเย็นจะดีต่อสุขภาพของเราทั้งสิ้น โดยแนะนำให้คุณเลือกทานชาเขียวที่ไม่ใส่น้ำตาล เพราะชาเขียวจะช่วยในเรื่องให้ร่างกายของเราเผาผลาญได้ดี คนที่ทานชาเชียวเป็นประจำจะรู้สึกได้ถึงรูปร่างผอมเพรียวอย่าลืมลองทานชาเขียว no sugar กันดูนะคะ
  2. และสำหรับใครที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ นอกจากร่างกายของคุณจะเมื่อยล้าและอ่อนเพลียแล้วยังทำให้คุณอ้วนได้ด้วยเพราะยิ่งนั่งนานระบบการเผาผลาญในร่างกายของคุณก็ไม่ได้ทำงานดังนั้นเอาแค่เพียงลองขยับแข้งขยับขาดูบ้างหรือลองเดินไปยืดเส้นยึดสายเข้าห้องน้ำ ไปชงชามาดื่ม หรือแค่เพียงบิดตัวนิดหน่อยก็จะช่วยให้ร่างกายได้มีการบริหารขึ้นมาบ้างจะทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ
  3. ห้ามงดอาหารเช้าเด็ดขาด แต่ก็ไม่ต้องกินอะไรที่เว่อร์วังมาก แค่เน้นการกินโปรตีนก็พอ เช่น ดื่มนม หรือกินไข่ต้ม
  4. และสำหรับใครก็ตามที่กำลังกินอาหารเพื่อลดน้ำหนักเช่นการกินอาหารคลีน หรือการกินอาหารแบบ IF คุณควรทำตามตารางแบบเคร่งสักนิดอย่าทำบ้างไม่ทำบ้างเพราะมันจะไม่ได้ผล
  5. ส่วนข้อสุดท้ายนี้ไม่ต้องเสียเหงื่ออะไรเลย นั่นก็คือการที่เราต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ โดยวันหนึ่งเราควรนอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมงและถ้าเป็นไปได้ควรเริ่มนอนตั้งแต่สี่ทุ่มเป็นต้นไปเพราร่างกายกำลังสร้างสารต่างๆให้เราไม่แก่เร็วด้วยรวมถึงจะช่วยให้เราผอมได้ด้วย หากนอนดึกเมื่อไหร่ความอ้วนจะถามหาคุณทันที

และนี่เป็นเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เรานำมาฝากกัน ซึ่งไม่ยากเลยใช่ไหมคะที่จะทำ หากเราทำตามอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนี้ได้รับรองว่าสุขภาพของคุณจะดีแน่นอน

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

การลดน้ำหนักง่ายๆสำหรับคนวัย 40 ปี

       สำหรับคนที่อยู่ในวัย 40 ปีจะเห็นว่าร่างกายของตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะหุ่นที่เคยสวยงาม หุ่นดีเอวคอดกิ่วนั้น เมื่อเวลาผ่านไป และด้วยอายุที่มีมากขึ้นก็ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและหุ่นมีผลให้น้ำหนักตัวที่เคยน้อยนิดตอนนี้กลับมาอ้วนฉุ ซึ่งสาเหตุของการอ้วนของคนวัย 40 ปีนั้นอาจจะเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการเลือกอาหารการกินรวมถึงการนอนดึก

พักผ่อนน้อยและไม่ออกกำลังกาย ส่งผลให้เมื่อวันเวลาผ่านไป เมื่อย่างเข้าวัย 40 ปี จึงทำให้คนส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องของน้ำหนักตัวกันเป็นจำนวนมาก วันนี้จึงจะมาแนะนำเรื่องของการลดความอ้วนอย่างไรให้ได้ผล สำหรับคนวัย 40 ปีไปแล้ว เพราะอย่างที่เรารู้กันดีอยู่ว่า การลดความอ้วนนั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งลดยากมากยิ่งขึ้น 

      อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลให้ทำให้เกิดโรคต่างต่างมากมาย รวมถึงทำให้เกิดปัญหาทำให้น้ำหนักเพิ่งได้อีกด้วย โดยข้อมูลนี้ไม่ได้พูดขึ้นมาเพียงคำพูดลอยๆเท่านั้นแต่มีการวิจัยออกมาแล้วว่า  การน้ำหลับหรือการนอนไม่หลับนั้นมีผลต่อน้ำหนักของคนเราด้วยเช่นเดียวกัน

เพราะหากเรานอนน้อย ร่างกายของเราก็จะอ่อนแรง และส่งผลให้เราไม่อยากที่จะทำอะไร ไม่อยากที่จะขยับเขยื้อนร่างกายส่งผลให้เราไม่ออกกำลังกาย และที่สำคัญเมื่อเราไม่มีแรงเราก็มักจะหาอาหารมากินเป็นจำนวนมากเพื่อหวังว่าอาหารจะช่วยให้เรามีแรงขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลให้เราอ้วนได้ หากคนวัย 40 ปีอยากลดน้ำหนักให้ได้ละก็ ต้องเริ่มต้นด้วยการดูแลการนอนหลับของตัวเองให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการเสียก่อนเป็นอันดับแรกเลย

      เมื่อเราสามารถดูแลให้ร่างกายไม่อ่อนแรง ด้วยการหลับและพักผ่อนให้ตามที่ร่างกายต้องการแล้ว ก็มาถึงเรื่องของการเลือกอาหารการกิน เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าอาหารประเภทไหนมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเราบ้างและอาหารชนิดไหนมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นเมื่อทราบแล้วก็ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายของตัวเองเพราะตอนนี้ร่างกายของเราอยู่ในวัย 40 ปีแล้ว

การเลือกกินอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก การกินผักและผลไม้ให้มากจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารและได้รับประโยชน์กับการกินมากกว่าการตามใจปาก ในวัยนี้อาหารประเภท Fast Food ควรกินน้อยลงและเน้นไปที่ผักและผลไม้ให้มากขึ้น  ข้าวสวยควรเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้องที่สำคัญไม่ต้องทานมากนัก เอาให้เพียงพอกับทีร่างกายต้องการก็พอไม่ต้องกินเผื่อ หากเราสามารถดูแลทั้งสองอย่างให้ควบคู่กันได้ก็จะทำให้ร่างกายของไม่ต้องมีน้ำหนักตัวมากขึ้น 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยฮานอยเล่นยังไง

เมื่อเริ่มเป็นหนุ่มสาวควรดูแลตัวเองอย่างไรดี

จากเด็กก้าวเข้าสู่วัยรุ่น โดยช่วงวัยรุ่นนั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุประมาณ 15-18 ปี โดยในช่วงอายุนี้นั้นจะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และอาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมต่างๆด้วย เช่นการเปลี่ยนหรือย้ายโรงเรียนเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น และต้องบอกเลยว่าสำหรับช่วงวัยนี้นั้นเป็นวัยที่ต้องได้รับการเอาใจใส่และดูแลอย่างมาก

จากครอบครัวและผู้ปกครอง เพราะเป็นวัยที่เริ่มมีการต่อต้านทางด้านความคิดและการอยากรู้อยากลองสิ่งใหมาๆด้วยนั่นเอง ดังนั้นแล้วนอกจากครอบครัวและผู้ปกครองที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากแล้ว ตัวของวัยรุ่นเองนั้นก็จะต้องมีการดูแลและต้องเข้าใจในตัวเองในช่วงวัยนี้ด้วยเช่นกัน

วัยรุ่นหลายคนเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยนี้แล้วบางคนก็อาจจะไม่รู้ตัวว่าจัวเองนั้นได้ก้าวเข้าสู่การเป็นวับรุ่นแล้ว ทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่มีการได้เตรียมตัวหรือการดูแลตัวเองที่ดี และการที่ไม่ได้มีการดูแลตัวเองที่ดีในช่วงที่เป็นวัยรุ่นนั้นก็อาจจะส่งผลกระทบในอนาคตได้ ยกตัวเองเช่น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเรื่องของการบริโภคอาหารถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะว่าช่วงวัยนี้นั้นเป็นช่วงที่กำลังมีการเจริญเติบโต

ถ้าหากไม่มีการรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายนั้นก็อาจจะทำให้การเจริญเติบโตช้าหรือร่างกายไม่มีการเจริญเติบโตได้มากพอนั่นเอง ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบในอนาคตได้ เช่นการไม่ดื่มนมก็อาจจะทำให้ร่างกายหยุดการเติบโตและไม่สูงก็จะทำให้กลายเป็นคนเตี้ยหรือความสูงต่ำกว่าเกณฑ์เป็นต้น ถึงแม้เรื่องความสูงจะเป็นเรื่องที่อาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ของคนในครอบครัวแต่การรับทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ถึงแม้จะมีกรรมพันธ์ที่ไม่สูงแต่ในช่วงที่กำลังเจริญเติบโตหากได้รับสารอาหารที่ดีและเพียงพอต่อร่างกายก็จะสามารถทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและสูงขึ้นได้เป็นต้น

ยิ่งในผู้หญิงนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นอาจจะต้องมีการดูและตัวเองที่ดีเป็นพิเศษมากกว่าผู้ชาย เพราะในผู้หญิงถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์ที่ค่อนข้างมากกว่า ทั้งในเรื่องของการมีประจำเดือนหรือการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายเช่นมีหน้าอกขึ้นเป็นต้นนั่นเอง ทำให้การใส่ใจดูแลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

นอกจากการดูลตัวเองให้ดีแล้วนั้นอีกสิ่วที่สำคัญก็คือการระมัดระวังตัวเอง เพราะในช่วงที่ก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะเป็นช่วงที่อันตรายทั้งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจ และคนในวัยนี้นั้นมักจะจดจำช่วงชีวิตในช่วงนี้หรือมีความทรงจำในช่วงนี้ที่ชัดเจนขึ้นกว่าตอนที่ยังไม่เข้าสู่วัยรุ่นนั่นเอง ดังนั้นการดูแลร่างกายเป็นสิ่งสำคัญแต่ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือการดูแลจิตใจของวัยรุ่นนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยมาเลย์

กรดไหลย้อนรับมืออย่างไร ในขณะที่เราตั้งครรภ์

อาการกรดไหลย้อนของคนที่ท้องนั้นต้องเป็นอะไรที่เราต้องรับมือเพราะว่าไม่อันตรายแต่เราต้องรับมือเพราะเป็นทุกวันที่คนท้องนั้นต้องรับมือถึงแม้ว่าจะไม่อันตรายแต่ว่าเป็นเรื่องที่คนท้องนั้นต้องเจอทุกวัน

กรดไหลย้อนของคนที่ตั้งครรภ์นั้นต้องเจอ คือการที่กินอะไรเข้าไปแล้วต้องเจอกับการกรดไหลย้อยของร่างกายที่เรานั้นต้องคือ ระบบในร่างกายนั้นขยายใหญ่เพราะคุณแม่ที่ตั้งท้องนั้นต้องเจอ ถึงแม้ว่าจะไม่อันตรายแต่คุณแม่ที่ตั้งท้องนั้นต้องเจอทุกวันเพื่อคนที่เป็นแม่บำรุงเพื่อลูกน้อยในท้องให้มีการเจริญเติบโตของร่างกายที่เด็กในท้องนั้นต้องการ 

เพราะทำให้กระเพราะนั้นขยายเพื่อที่จะกินเข้าไปให้ลูกน้อยในท้อง  อาการกรดไหลย้อนนั้นถึงแม้ว่าหลังจากคลอดน้องแล้วอาการนั้นจะหายไป อาการของคนท้องก็เหมือนกับคนที่เป็นกรดไหลย้อนปรกติทั่วไป คือมีอาการจุกแน่นตรงลิ้นปี่  แล้วมีอาการเรอเปรี้ยว เวลาที่จะนอนนั้นอาการจะอวก เรอออกมานั้นมีกลิ่งเปรี้ยว  

วิธีการรับมือในขณะที่เราตั้งครรภ์ ด้วยการที่เรานั้นเริ่มจากการับประทานอาหารแบ่งให้เป็นมื้อย่อยคือทานน้อยแต่บ่อยๆรวมถึงการกินนั้นให้เคี้ยวให้ระเอียด แล้วจากที่เรานั้นท่านกินอาหารเสร็จนั้นเราไม่ควรที่จะนอนเลยเราต้องเดินหรือรอให้ย่อยก่อนนอนสักหนึ่งชั่วโมงการกินอาหารไม่ควรที่จะกินน้ำด้วยแล้วทานข้าวไปด้วยเราต้องกินหลังจากที่เรานั้นทานอาหารเสร็จ เพื่อไม่ให้น้ำเยอะ 

แล้วเราไม่ควรจะกินอาหารที่มีกรดไหลย้อนมาก เช่นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ส้มตำ แต่จะให้เลิกกินก็ไม่ใช่นะค่ะ เพราะว่าคนท้องนั้นชอบกิน แต่เราจะให้กินแบบที่พอเหมาะไม่กินจนมากเกินไป เพราะจะทำให้เป็นกรดไหลย้อน ควรกินแค่พอหายยากพอค่ะ  และเวลาที่มีอาการกรดไหลย้อนนั้นเราก็ควรกิน จำพวกนมหรือไม่ก็กินโยเกิร์ตเพราะว่าจะทำให้ลดอาการของกรดไหลย้อนได้

  เวลาที่เรานั้นนอนเราควรนอนตะแคงไม่นอนหงายเพราะคนที่ตั้งท้องนั้นนอนหงายนั้นจะทำให้ลุกอยาก ดังนั้นคนท้องเราควร จะนอนตะแครง อีกอย่างเพื่อที่จะไม่ให้เป็นกรดไหลย้อน 

เมื่อเรานั้นเป็นคุณแม่ที่ตั้งท้องเราก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบายไม่ใส่ให้รัดตัวจนเกินไปเพราะว่าจะทำให้เรานั้นนอนสบายไม่อึดอัด  แล้วก็ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เรานั้นกินเยอะจนเกินไปแล้วก็ไม่ให้น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 

ดังนั้นคุณที่กำลังตั้งท้องอยู่ก็ควรที่จะดูแลตัวเองกว่าคนปรกติมากหน่อยนะค่ะเพราะว่าจะทำให้การเป็นกรดไหลย้อนนั้นมันเกิดขึ้นกับคนที่ตั้งท้องทุกคน เราต้องดูแลในการกิน ดูแลสุขภาพด้วยนะ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

เมื่อกล่าวถึงโรคติดต่อตอนนี้คงไม่พ้น  โรคโควิด 19  ที่เป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัส  สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ จากการที่ทุกคนได้ดูข่าวโรคติดต่อสายพันธุ์ใหม่ที่มีความน่ากลัวขึ้นทุกวัน  แม้นแต่ตัวฉันเองก็กลัวเป็นอย่างมาก  แม้นว่าโรคติดต่อนี้ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่น่ากลัวเท่ากับหลายๆประเทศ  อย่างเช่นประเทศจีน  หรือแม้นแต่ประเทศเกาหลีที่กำลังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ วัน

ฉันเองก็กระทบนะ  นอกจากกระทบเรื่องการไปข้างนอกบ้านต้องระมัดระวังมากขึ้น  ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก  แต่ที่กระทบมากที่สุดก็คือ  เรื่องเงินทองใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  เพราะฉันมีอาชีพเปิดร้านขายอาหารหน้าสถานที่ท่องเที่ยว  ที่ในเวลาปกติฉันจะได้ลูกค้าจากทัวร์จีนบ้าง  ทัวร์เกาหลีบ้าง  รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆที่มาเที่ยวในไทย 

รายได้หลักของครอบครัวฉันมาจากการขายอาหาร  ขายของให้นักท่องเที่ยวเป็นหลัก  ไม่ว่าจะเป็นพ่อ  แม่ ฉัน  สามี  ลูกฉันทุกคนมีรายได้หลักจากนักท่องเที่ยว  รายได้เหล่านี้ทำให้ฉันเลี้ยงครอบครัว  ผ่อนรถ  ผ่อนบ้าน  จ่ายค่าเทอมลูก  ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในครอบครัวมาจากรายจากการขายอาหาร  ขายของให้กับนักท่องเที่ยว  พอมาเจอวิกฤตจากโรคโควิด 19 ทำให้ทุกอย่างกระทบหมดทุกอย่าง  ทั้งไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในไทย  หรือแม้นแต่นักท่องเที่ยวของไทยเองก็ไม่มาเที่ยวเหมือนเดิม  นี่ตั้งแต่เกิดโรคระบาดนี้ล่วงเลยมาเดือนกว่าแล้ว 

ทำให้ครอบครัวของฉันกระทบอย่างมาก  โรคนี้ไม่ได้ทำให้แค่คนที่ติดเชื้อหรือญาติผู้ติดเชื้อเท่านั้นที่กระทบ  รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็ขาดรายได้  เพราะทุกคนกลัวการมาเที่ยวในสถานที่ที่มีคนอยู่มาก  ทุกคนกลัวการติดเชื้อที่เกิดจากการสัมผัส  หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยก็ทำให้เรา  ติดเชื้อได้เหมือนกัน  การออกมายังสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมากคนส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงไม่ไปบริเวณนั้น  ยิ่งชาวจีนจะเดินทางมายังประเทศไทยเราเองก็ต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างมาก  การออกนอกประเทศของชาวจีนก็ออกค่อยข้างที่จะลำบาก  

ร้านค้าที่อยู่ตามสถานท่องเที่ยวต่างๆได้รับผลกระทบอย่างมาก  เพราะนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางมาเที่ยวคือ  ชาวจีน  ถึงแม้นไม่มีนักท่องเที่ยวมาแล้ว  คนไทยเองก็ไม่มาชื้ออาหารร้านฉันเพราะเค้าบอกว่าร้านฉันส่วนใหญ่คนจีนมา  เค้าไม่อยากใช้สิ่งของร่วมกับคนจีน  ถึงแม้นว่าฉันจะติดว่าภาชนะทุกอย่างผ่านความร้อนแล้วก็ตาม  ก็ยังไม่มีใครมาอยู่ดี ฉันเข้าใจคนเหล่านั้นนะ  เค้าไม่ได้รังเกียจคนจีน  แต่เค้ากลัวที่จะติดเชื้อเพราะยังไม่มียารักษาหรือวิธีที่จะป้องกันได้ผลที่แน่นอน 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

เคล็ด(ไม่)ลับความงามสไตล์ญี่ปุ่น

การมีผิวพรรณที่ดูอิ่มน้ำ มีสุขภาพดีย่อมเป็นที่ต้องการของทุก ๆคน หลาย ๆคนสงสัยว่าทำไมสาว ๆประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึงมีผิวพรรณที่ดูเนียนนุ่ม สุขภาพดี โดยส่วนหนึ่งมาจากที่อุณหภูมิของประเทศญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างต่ำ จึงทำให้รูขุมขนไม่เปิดออกมากนัก ผิวพรรณของสาว ๆประเทศญี่ปุ่นจึงดูเนียนเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้สาว ๆประเทศญี่ปุ่นก็มีเคล็ดลับในการดูแลผิวพรรณของตนเองด้วยเช่นกัน บทความนี้จึงจะมาบอกเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณแบบฉบับสาวญี่ปุ่น

  1. สาว ๆในประเทศญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่าการดื่มน้ำเปล่ามาก ๆจะทำให้ผิวดูใสขึ้น ซึ่งในทางการแพทย์ก็พิสูจน์ออกมาแล้วว่า การดื่มน้ำเปล่ามาก ๆจะสามารถช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้ดูใส ชุ่มชื้นขึ้นได้ เนื่องจากการดื่มน้ำมาก ๆจะไปช่วยชดเชยน้ำบนผิวหนังที่เสียไปได้
  2. และนี่ก็เป็นอีกความเชื่อหนึ่งของสาว ๆญี่ปุ่น เชื่อว่าการนวดครีมบนฝ่ามือก่อนจึงค่อยนำมาทาบนใบหน้า แล้วนวดเบา ๆจะเป็นการช่วยทำให้เนื้อครีมซึมลงผิวหน้าได้เป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพมากกว่าการนำครีมทาบนใบหน้าเลย และยังเป็นการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวหน้าดูใสอมชมพูอีกด้วย
  3. การนำมะเขือเทศมาหั่นออกเป็นแว่น ๆแล้วนวดให้ทั่วบริเวณใบหน้าเป็นประจำก่อนเข้านอน แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นที่สะอาด วิธีการนี้จะช่วยทำให้สิวเสี้ยนลดลง และเป็นการช่วยใบหน้าผลัดเซลล์ผิวที่เสียออกไปได้อย่างเร็วขึ้น หลังการทำเป็นประจำใบหน้าจึงดูขาวใสขึ้น
  4. สำหรับผู้ที่แต่งหน้า ควรใส่ใจในขั้นตอนการล้างเครื่องสำอางออกเป็นพิเศษ เพราะสาว ๆญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า การล้างเครื่องสำอางออกไม่หมด จะทำให้เกิดการอุดตัน และส่งผลให้ผิวหน้าหมองคล้ำ และเป็นสาเหตุของการเกิดสิวปัญหากวนใจอีกด้วย
  5. การดื่มชาเขียว ในชาเขียวอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย เพราะสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สาว ๆในประเทศญี่ปุ่นดูหน้าอ่อนกว่าวัย เพราะด้วยเคล็ดลับการดื่มชาเขียวเป็นประจำทุกวัน
  6. การดูแลผิวด้วยการแช่น้ำอุ่น ในประเทศญี่ปุ่นนั้นอาจจะเป็นการไปแช่บ่อน้ำพุร้อน แต่ในประเทศไทยนั้นค่อนข้างจะหาได้ยากสักหน่อย การแช่น้ำอุ่นในอ่างที่บ้านก็สามารถทดแทนได้เช่นกัน โดยการแช่น้ำอุ่นเพียงแค่วันละประมาณ 10-20 นาทีเท่านั้น น้ำอุ่นจะสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น เมื่อการไหลเวียนของเลือดดี ผิวพรรณของเราก็จะดีตามไปด้วย ทำให้ดูสดใส อมชมพู และการแช่น้ำอุ่นยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

วิธีป้องกันการรับเชื้อเอชไอวี

อย่างที่เราหลายๆคนจะทราบกันว่าการที่เราจะป้องกันการรับเชื้อเอชไอวีได้ นั่นคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ถือว่าเป็นตัวช่วยในการป้องกันที่ดีมากๆเลย สำหรับวิธีป้องกันการรับเชื้อหรือป้องกันโรคติดต่อต่างๆที่เกิดจากทางเพศ ป้องการกันเกิดการตั้งครรภ์ สำหรับบุคคลที่ไม่พร้อมที่จะมีลูกอีกด้วยเช่นกัน เราสามารถที่จะเลือกแนวทางในการป้องกันตัวเองจากสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียแก่กับตัวเราและการใช้ชีวิตประจำของเราอีกด้วย

ป้องกันการรับเชื้อเอชไอวี

อย่างแรกเราต้องสวมถุงยางอยนามัยทุกครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะป้องการติดเชื้อหรือโรคต่างๆทางเพศได้ จะต้องมีคูนอนเพียงคนเดียว เพื่อที่จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีจากผู้อื่นได้เช่นกันและที่สำคัญก่อนที่เรานั้น จะมีครอบครัว ก่อนจะแต่งงานมีลูกนั้น เราจะต้องมีการตรวจสุขภาพและเช็คร่างกายของเราอยู่เสมอ เพื่อที่จะทราบว่าร่างกายของเรามีความพร้อมในการมีลูกและไม่มีการรับเชื้อใดๆเข้ามาในร่างกายของเรา เพื่อทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้ ต่อมาเราจะต้องงดใช้สารเสพติดทุกประเภท โดยเฉพาะการใช้เข็มร่วมกับผู้อื่นเพราะทำให้เรานั้น

มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีแน่นอน ถ้าหากเรารู้จักวิธีการป้องกันเรานี้เป็นอย่างดี เราก็จะทราบว่าเราสามารถที่จะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้งานเกิดประโยชน์อย่างไรกับตัวเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงยางอนามัย เป็นการดูแลเรื่องความพร้อมในการมีลูก ในเรื่องของการตรวจสุขภาพ เรื่องของการหลีกเลี่ยงการใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น เราจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของการที่จะเลี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีนี้ ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก

เหมือนเป็นการถ่ายทอดความรู้ให้สำหรับผู้ที่ไม่เคยไม่รู้มาก่อนเลยก็ว่าได้ แต่ว่าหลายๆคนอาจจะมีความรู้ตรงนี้ จากการเรียน การศึกษา ค้นคว้ามาแล้วก็ได้ แต่การที่เรายกตัวอย่างและวิธีการป้องกันการรับเชื้อขึ้นมานี้ เพื่อที่จะให้ใครหลายๆคนที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อนี้ได้รู้จักวิธีการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่ดีว่าควรทำอย่างไรและสามารถที่จะทำได้ง่ายๆอีกด้วยและเป็นแนวทางในการใส่ใจและดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

จะได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี ถ้าหากเรารู้ถึงวิธีการดูแลตัวเองที่ดี ก็จะทำให้เรานั้นสามารถะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้งานให้มีการใช้ชีวิตของเราที่ดี โดยปราศจากโรคภัยต่างๆ ในการดำเนินชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ลักษณะการทำงานของเครื่องช่วยฟังมีอะไรบ้าง

ลักษณะการทำงานของเครื่องช่วยฟังมีอะไรบ้าง และใช้สำรับผู้ป่วยแบบไหน

เครื่องช่วยฟังมีหลายประเภทให้เลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้และอาการของคนไข้ โดยส่วนมากคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์นี้คือคนที่มีอาการหูตึงหรือได้ยินเสียงจากภายนอกเบากว่าคนปกติ ระดับการได้ยินจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ละคนจะมีอาการไม่เท่ากัน คนทั่วไปสามารถเข้ารับการตรวจการได้ยินได้ตามโรงพยาบาลหรือคลินิคที่เกี่ยวกับหู จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจให้ จะมีเครื่องมือพิเศษในการตรวจการได้ยินเพื่อทดสอบระดับความถี่ของการได้ยิน บางคนอาจจะได้ยินที่ความถี่ต่ำแต่ในความถี่สูงอาจจะไม่ได้ยินหรือได้ยินไม่ชัดเจน หรือบางคนอาจจะสลับกัน

โดยส่วนมากแล้วจะพบได้กับคนที่มีอายุมากเพราะ เมื่อแก่ลงระบบประสาทต่างๆจะทำงานได้ไม่เต็มที่หรือเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น ในปัจจุบันในเด็กก็พบได้มากขึ้นอาจเพราะว่ามีการใส่หูฟังหรือไปอยู่ในสถานที่ที่เสียงดังเกินไปจนทำให้เส้นประสาทหูเสื่อมเร็วกว่าปกติ โดยเครื่องช่วยฟังชนิดแรกที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในรูหู เพราะว่ามีขนาดที่เล็กเวลาใส่จะเข้าไปด้านในรูหูจนทำให้บุคคลอื่นสั่งเกตุได้ยาก เครื่องชนิดนี้มีความเล็กจึงทำให้เด็กและผู้ที่กำลังอยู่ในวัยทำงานนิยมใช้เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานสังเกตเห็น

แต่ก็มีข้อเสียคือด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กจึงทำให้กำลังขยายไม่ดังมากจึงทำให้ เครื่องช่วยฟัง ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนไข้ที่หูตึงระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่สามารถใช้กับคนไข้ที่มีอาการระดับรุนแรงได้ แบบต่อไปถือแบบคล้องหลังหู ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่มีอาการเล็กน้อยจนถึงรุนแรงเพราะด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้ขยายเครื่องได้ดังกว่าแบบใส่ในรูหู ตัวเครื่องชนิดนี้มีข้อเสียคือมีขนาดที่ใหญ่สังเกตได้ง่าย แต่เหมาะสำหรับคนแก่และคนที่หูตึงรุนแรงเพราะคนแก่จะชอบหลงลืมและทำหายบ่อย ดังนั้นจึงพบหาได้ง่ายหากลืมไว้

ตัวเครื่องช่วยฟังยังแบ่งออกเป็นประเภทแบบย่อยๆอีก2ประเภทคือ แบบดิจิตอลซึ่งแบบนี้จะมีราคาที่สูงกกว่าแบบอนาล็อกเพราะสามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เช่น เสียงลม เป็นต้น เสียงที่ได้รับจะคมชัดมาก อีกแบบนั้นคือแบบอนาล็อก ประเภทนี้จะให้เสียงที่ไม่คมชัดและไม่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ ราคาจะมีตั้งแต่หลักร้อยจนไปถึงหลักพันต้นๆ

เครื่องช่วยฟังประเภทนี้แพทย์จะไม่แนะนำแต่จะไปแนะนำแบบดิจิตอลแทน แต่สามารถใช้ชั่วคราวแก้ขัดไปก่อนได้จากบทความข้างต้นได้อธิบายประเภทของเครื่องช่วยฟังไปแล้ว ซึ่งผู้อ่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เอง หรือไปตรวจการได้ยินจากโรงพยาบาลได้เพื่อที่จะได้รู้ระดับการได้ยินของตนเอง

ทานอาหารอย่างถูกวิธี

เรามักจะทราบกันเป็นอย่างดีว่าร่างกายจะต้องได้รับสารอาหาร เพื่อจะช่วยเข้าไปบำรุงและเสริมสร้างการทำงานของอวัยวะภายใน และภายนอกร่างกายให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่จะในตำราเรียน หรือสิ่งที่ผู้ใหญ่มักจะชอบพูดเสมอว่า ถ้าทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่คำกล่าวโกหกหลอกลวงแต่อย่างไหน และนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เพราะทางการแพทย์เองก็ได้ทำการยืนยันมาเช่นกัน แต่ในสำหรับบางคนนั้นเคยสงสัยหรือไม่ว่าในบางทีที่รับนั้นก็รับประทานอาหารครบทุกองค์ประกอบทั้ง 5 หมู่

ทำไมเราถึงอ้วนหรือมีโรคเกิดขึ้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการทานอาหารให้ถูกวิธีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องสอนการอาหารให้ถูกวิธี ก็แค่ตักแล้วนำเข้าปาก เคี้ยวๆ แล้วก็กลืน จบ ต้องบอกก่อนเลยว่านั้นไม่ใช่วิธีการที่จะนำเสนอในบทความนี้ การทานอาหารอย่างถูกวิธีที่ว่านี้หมายถึง การคัดเลือดสารอาหารแต่ละประเภทเข้าไปร่างกายต่างหาก ซึ่งมีดังนี้

1.สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือที่เราต่างก็เข้าใจกันว่าคือ อาหารจำพวกแป้ง ซึ่งสารอาหารประเภทนี้จะมีน้ำตาลแฝงอยู่ จึงเลือกการรับประทานที่พอเหมาะ เพราะน้ำตาลที่อยู่ในแป้งเมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ยิ่งทานมากก็จะให้ไม่สามารถนำออกไปใช้พลังได้หมด จึงก่อให้เกิดเป็นไขมันสะสมที่เกาะอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย ฉะนั้นควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่ไม่ผ่านกระการขัดสีเช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง เป็นต้น

2.สารอาหารประเภทโปรตีน หรือที่เราต่างเข้าใจกันว่าคือ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ แต่แท้จริงแล้วโปรตีนถูกพบอยู่ในพวกธัญพืชอย่างถั่วชนิดต่างๆ และในเนื้อสัตว์เราจะพบว่ามีโปรตีนอยู่ในสัตว์ทุกชนิด แต่ระบบการย่อยของแต่ละคนนั้นเหมือนกัน หากทานมากเกินไปจะทำให้กระเพาะอาหารย่อยไม่ทัน กลายเป็นของเสียที่ตกค้าง ซึ่งควรทานโปรตีนที่สามารถทำการย่อยสลายง่ายอย่าง เนื้อปลา เนื้อไก่ หากในธัญพืชอย่างเช่น ถั่ว

3.สารอาหารประเภทวิตามิน อาหารจำพวกนี้จะถูกพบว่าอยู่มากในผักและผลไม้ วิตามินนั้นมี 2 รูปแบบ คือ แบบละลายในน้ำ กับ ละลายในไขมัน รูปแบบละลายน้ำเมื่อถูกนำเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะดูดซึมนำไปใช้งานได้ทันที แต่ในแบบละลายในไขมันซึ่งจะต้องใช้เวลา และถ้าหากทานปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ถูกสะสมอยู่ในไขมันและนำออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้ยาก ซึ่งวิตามินจะต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย

4.สารอาหารประเภทแร่ธาตุ หรือ เกลือแร่ สารอาหารจำพวกนี้จะถูกพบอยู่ในแหล่งอาหารทางธรรมชาติหลากหลายแห่ง ทั้งในเนื้อสัตว์ แป้ง ธัญพืช ผักผลไม้ แร่ธาตุถือว่าจำเป็นต่อร่างกาย เพราะเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตมาใช้เองได้ แต่อย่างนั้นก็ไม่ควรทานในปริมาณ เพราะถ้าหากในปริมาณที่ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ และอาจจะขับออกทางปัสสาวะ หรือถ้าไม่ถูกขับออกก็จะถูกสะสมไว้ในร่างกาย ส่งผลให้เป็นอันตรายและเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้

5.สารอาหารประเภทไขมัน ถือว่าเป็นสารอาหารที่หลายๆคนมักจะกลัวการทานมันเข้าไป เพราะกลัวอ้วนนั้นเอง ในความเป็นจริงแล้วไขมันเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แต่จะมีความต้องการน้อย เพราะฉะนั้นแล้วการทานไขมันที่ดีควรทานไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าหากทานมากจนเกินไปในจะถูกนำไปสะสมจนเกิดเป็นเซลลูไลท์ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว